
ประเด็นร้อน12ธ.ค.
การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากแค่ไหนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากแค่ไหนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
1.น่าสนใจไม่น้อยกับท่าทีล่าสุดจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากแสดงความคิดเห็นออกมาดังๆ ว่าต้องการให้มีการประชามติและสานเสวนาก่อนลงมติในวาระ 3 ซึ่งสวนทางกับแนวความคิดของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงความเห็นกันว่าควรดำเนินการโหวตทันทีที่เปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ ส่งผลต้องติดตามกันแบบห้ามกะพริบตา การแตะเบรกครั้งนี้ของผู้นำประเทศจะมีผลกระเทือนภายในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ได้รับแรงกดดันมาจากกลุ่มคนเสื้อแดงมาอย่างหนักให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.ยังคงมีความพยายามเป็นครั้งที่ 3 เพื่อขอประกันตัวนายก่อแก้วพิกุลทองสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาในคดีการก่อการร้าย โดยวันนี้ทนายความส่วนตัวจะเข้าหารืออีกครั้ง คาดว่าหากได้ข้อยุติจะเร่งทำคำร้องยื่นต่อศาลอาญาในวันเดียวกันทัน
3.วันนี้ถือเป็นวันกดปุ่มเปิดตัว "กองทุนตั้งตัวได้" ด้วยการลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลาม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผู้สนับสนุนเงินเพื่อประกอบธุรกิจของผู้มีสิทธิขอรับการสนับสนุนจากกองทุน และงานนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นประธานแถลงนโยบาย วัตถุประสงค์เป้าหมายของโครงการด้วยตัวเอง
4.ปัญหาราคาปาล์มยังเป็นประเด็นให้ต้องจับตา โดยเฉพาะท่าทีของรัฐบาลว่าจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป โดยวันนี้ชาวสวนปาล์มทั่วประเทศจะนัดพบกันที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก่อนส่งตัวแทนเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามแนวทางและเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคาปาล์มประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับที่รัฐบาลประกันราคาข้าว ยางพารา อ้อยมันสำปะหลัง เป็นต้น รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการนโยบายโลจิสติกส์ระหว่างสวนปาล์มกับลานเทและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม
5.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดสัมมนาเรื่อง"รุกหรือรับ โอกาสสำหรับธุรกิจไทยในอาเซียน" เพื่อสร้างโอกาสของนักธุรกิจไทยภายใต้การลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเปิดตัวศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ ที่โรงแรมสวิสโซเทลเลอ คองคอร์ด
6.วันนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)จะนำส่งรายได้จากการประมูลใบอนุญาต3จี งวดแรกพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน22,269.37 ล้านบาท และจะหักค่าใช้จ่ายจำนวน 40 ล้านบาท โดยจะทยอยส่งในอีก 2 ปี จนครบ 4.16 หมื่นล้านบาทให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน
7.บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ(IFC) ภายใต้กลุ่มธนาคารโลก ร่วมกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการระหว่างประเทศในระหว่างวันที่ 12-14 ธ.ค. 2555 นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อระบุประเด็นความเสี่ยงในเรื่องของภาษีที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาโอนของธุรกรรมข้ามชาติ
หวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดเก็บภาษี รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติงานครั้งนี้จัดที่โรงแรม Inter Continental โดยมีนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรและนายริชาร์ด สเทิร์น จาก IFC ร่วมแถลงข่าว
8.ธนาคารกสิกรไทย จัดงานแถลงข่าว "AEC Plus กับกลยุทธ์การทำธุรกิจต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทยในปี 2556" โดยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรองชั้น 10 อาคารพหลโยธิน
9.ในช่วงบ่ายสถานีโทรทัศน์ Money Channel จัดงานสัมมนา "อนาคตเศรษฐกิจไทย สร้างโอกาสลงทุน ลุ้นผลตอบแทนปี 2556" ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียนอินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐถกา "แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและทิศทางดอกเบี้ย 2556" และมีผู้บริหารจากสถาบันการเงินหลายแห่งร่วมกล่าวสัมมนาด้วย







