
อย่าใจดำนักเลย
คนไทยเพิ่งมีความสุขอย่างเต็มหัวใจไม่นานในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทว่าผ่านไปไม่นาน ความสุขก็เหมือนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
คนไทยเพิ่งมีความสุขอย่างเต็มหัวใจไม่นานในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทว่าผ่านไปไม่นาน ความสุขก็เหมือนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ปัญหาที่ทำท่าจะเป็นเรื่องและกลายเป็นความทุกข์ของส่วนรวมก็คือการโหวตวาระ 3 เพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ซีกพรรคเพื่อไทยดูเหมือนจะขมีขมันเดินหน้าแก้ไขให้ได้ ทว่าฝ่ายที่คัดค้านก็แสดงตัวออกมาแล้ว
อย่างเมื่อวานนี้ กลุ่ม สว.สรรหา แถลงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ การโหวตดังกล่าว เพราะจะทำให้ประเทศเข้าสู่วังวนเดิมของความขัดแย้ง เกิดวิกฤตทางการเมืองรอบใหม่
ทั้งหมดอาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคม สุดท้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะต้องล้มเลิกไปท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น
สว.กลุ่มดังกล่าว จึงเสนอทางออกเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้แก้ไขบางมาตรการ และให้หยุดความเคลื่อนไหวที่จะแก้ไขทั้งฉบับ
การเริ่มต้นก็คือรวบรวมรายชื่อ สว.และ สส.บางส่วน ไม่น้อยกว่า 128 รายชื่อ ซึ่งไม่น้อย 1 ใน 5 ของสมาชิก 2 สภา เพื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรค และรัฐธรรมนูญมาตรา 117 เกี่ยวกับการจำกัดวาระในการสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้ง
สาเหตุเพราะการจำกัดให้ สว.เลือกตั้งดำรงตำแหน่งเพียงวาระเดียว เป็นการกีดกันบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งญัตติดังกล่าวจะนำเข้าพิจารณาหลังจากที่รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ สว.กลุ่มนี้จะเริ่มรวบรวมรายชื่อผู้เห็นด้วย และจะเสนอญัตติดังกล่าวต่อประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระเมื่อเปิดประชุมสมัยนิติบัญญัติทันที
สมาชิกบางคนของ สว.กลุ่มดังกล่าว ระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลที่จะแก้รัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 309 เพื่อแก้เงื่อนไขที่เป็นปัญหาให้กับคนเพียงคนเดียว
และหากเดินหน้า จะพอดีกับจังหวะให้รัฐสภาลงมติช่วงเดือน มี.ค. 2556 จะกลายเป็นความขัดแย้งที่รออยู่
ยิ่งดูจังหวะของการตรวจสอบเรื่องทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับตรวจสอบและอาจมีมติในช่วงเดียวกัน รัฐบาลจึงอาจต้องเผชิญหน้ากับระเบิดถึง 2 ลูก
นี่แหละถึงได้บอก ทำไมไม่ทอดเวลาให้ได้อยู่กับช่วงแห่งความสุข อยู่กันนานๆ ไม่ได้หรือ
ใจดำ ใจร้ายกันเสียจริงๆ







