ประเด็นร้อน21พ.ย.

วันที่ 21 พ.ย. 2555 เวลา 06:20 น.
ประเด็นร้อน21พ.ย.
การเคลื่อนไหวมวลชนต้านรัฐบาลร้อนขึ้นเรื่อยๆหลังรัฐบาลวางมาตรการบริหารจัดการสถานการณ์ ติดตามแผน 9 ขั้นของรองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นอย่างไร ขณะที่วันนี้ต้องเกาะติดการต้อนรับ นายเวินเจียเป่า นายกฯ จีน มาเยือนไทย กับประเด็นร้อนลงนามซื้อขายข้าวจีทูจีที่มีการแก้ไขร่างตกลงนาทีสุดท้าย          1.ยังอยู่ที่การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เวินเจียเป่า ตั้งแต่เช้า 09.00 น. มีกำหนดเดินทางไปเปิดศูนย์วัฒนธรรมจีน ณ ถนนรัชดาภิเษก          จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 10.15 น. โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการและจะเข้าหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ ก่อนจะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอ็มโอยูของ 2 ประเทศ จากนั้นในช่วงเย็น 16.00 น. จะเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ณ ทำเนียบองคมนตรี ก่อนจะขอพระราชทาน พระบรมราชวโรกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณโรงพยาบาลศิริราช ในเวลา 17.00 น.และเดินทางกลับในเวลา 18.00 น.

2.แม้จะสร้างภาพความยิ่งใหญ่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้จับมือเจรจาการค้ากับชาติมหาอำนาจแห่งเอเชีย แต่การลงนามเอ็มโอยูขายข้าวจีทูจีกันวันนี้กลับกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นทันที เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้เห็นชอบแก้ไขร่างเอ็มโอยูตามข้อเสนอจีน ด้วยการขายข้าวแบบไม่กำหนดปริมาณ และกรอบเวลาจะซื้อขายกันเมื่อใดเวลาใดทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันทันที จะขายแค่หนึ่งเมล็ดก็ได้ หรือมองในแง่ดีจีนอาจรับซื้อจำนวนมากกว่าที่ไทยเคยร่างบันทึกความเข้าใจเอาไว้ว่าขายให้ 5 ล้านตันต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ก็เป็นไปได้ประเด็นนี้กำลังเพิ่มความคลุมเครือให้ฟากฝ่ายค้านได้ตรวจสอบ จึงต้องติดตามการแถลงข่าวร่วมระหว่างนายกฯ ไทยกับนายกฯ จีน รวมถึงนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ จะชี้แจงสื่อมวลชนให้เกิดความกระจ่างแจ้งได้หรือไม่

3.กำหนดดีเดย์ขับไล่รัฐบาลขององค์การพิทักษ์สยามงวดเข้ามาทุกขณะหมู่หรือจ่าอีกเพียง 3 วันได้รู้แน่ แต่ในวันนี้ต้องจับตาผลการประชุมกระทรวงมหาดไทย นำโดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการภายในกระทรวง ในเวลา 10.00 น. วาระสำคัญคือการรับม็อบ เหตุที่ต้องจับตาเพราะอาจมีการออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสกัดฝูงชนแห่เข้ากรุง          ต่อเนื่องด้วยแนวทางการจัดชุมนุมในวันนี้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ประธานองค์การพิทักษ์สยาม จะเข้าชี้แจงตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เวลา09.30 น. โดย สส.พรรคเพื่อไทยเตรียมตั้งคำถามตรวจสอบไว้พร้อมหมดแล้วรับรองเดือดแน่

4.แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าแล้ว แต่ในวันนี้สภาผู้แทนราษฎรยังคงประชุมตามปกติ โดยมีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ถึง 7 ฉบับ ซึ่งที่ประชุมสภาได้ขอให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2.ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 3.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 4.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย 5.ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย 6.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.บัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร 7.ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต

5.เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางมีคำสั่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะผู้ฟ้องคดี และ พล.อ.อ.สุกำพลสุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้เข้าชี้แจงต่อองค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางในคำร้องที่นายอภิสิทธิ์ยื่นฟ้องรมว.กลาโหม กรณีออกคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการ ฐานใช้เอกสารปลอมเข้ารับราชการทหารที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ห้องไต่สวน 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานศาลปกครองกลางเนื่องจากศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ครบถ้วนในการที่จะพิจารณาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่

6.สถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสัมมนาหัวข้อ "3จี...อนาคตหลังศาลปกครอง"วันพุธที่ 21 พ.ย. ณ ห้อง Meeting Room 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. เพื่อเป็นเวทีสร้างความกระจ่างให้แก่ทุกฝ่ายและเพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงและทิศทางในอนาคตของมือถือระบบ 3จี ที่กำลังระอุแดดอยู่ในเวลานี้

7.สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจได้จัดสัมมนาเรื่อง"สแกนความพร้อมไฟฟ้าไทยรับ AEC" โดยเชิญ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง"อนาคตไฟฟ้าไทย ทางเลือก...ทางรอด"พร้อมด้วยผู้ร่วมสัมมนาจากทุกภาคส่วนเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ธุรกิจพลังงานของไทยว่าจะไปในทิศทางไหน และต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างไรหลังเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)