
บูชาประชาธิปไตย
สองสามวันที่เหลือปลายเดือนหวังว่าจะได้เห็นผู้นำที่บูชาประชาธิปไตยจะไม่หายไปไหน
โดย...อสนีบาต
นายกฯยิ่งลักษณ์เฉิดฉายบนเวทีโลก ด้วยการแสดงวิสัยทัศน์พัฒนาชาติ ทำเอาผู้นำนานาชาติอึ้งทึ้ง ล่าสุดได้รับเชิญจากอินโดนีเซียไปบรรยายเรื่องประชาธิปไตย ประกาศลั่นจะไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมืองซ้ำรอยเหมือนเหตุการณ์ชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง ใครได้ฟังก็ต้องซาบซึ้ง จนทำเอาผู้จัดงานคิดเสียดายน่าจะเตรียมโล่ห์รางวัลนักส่งเสริมประชาธิปไตยมอบให้เป็นการส่งท้ายก่อนกลับบ้าน
เดี๋ยวจะน้อยหน้าสถาบันแห่งหนึ่งอุตสาห์เสนอชื่อนายกฯยิ่งลักษณ์เข้าประกวดชิงรางวัลขงจื๊อ อวอร์ด แต่ดูเหมือนตอนนี้เงียบไปแล้ว (ฮา)
จะอย่างไรก็ตามแต่ ทีมงานด้านโกอินเตอร์ การันตี นายกฯปูผู้เลอเลิศไปไกลระดับโลกแล้ว แม้แต่สื่อบางฉบับยังอุทิศพื้นที่เต็มหน้าลงสปีชวิสัยทัศน์ของนายกฯผู้ยิ่งใหญ่ คนเก่งแบบนี้เอาอะไรมาฉุดก็หยุดไม่อยู่
แต่พลันนายกฯยิ่งลักษณ์กลับประเทศไทย เหตุใดการโชว์ความเปรื่องถึงเป็นหนังคนละม้วนกับเมืองนอก เพราะมักมีคำถามเสมอ คนที่ไปเมาท์กระจาย ต่างแดนบอกส่งเสริมหลักประชาธิปไตยในไทยเป็นคนเดียวกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเมืองไทยหรือไม่
การส่งเสริมประชาธิปไตยในบ้านนี้เมืองนี้ มีข้อเท็จจริงหลายประการที่นายกฯไทยลืมไปบอกกับชาวโลกหรือไม่ เพราะตลอดระยะเวลาของการบริหารประเทศ ได้ใช้อำนาจที่อ้างว่าได้รับฉันทามติจากเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการเตรียมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลักดันร่างกฎหมายปรองดองซึ่งเนื้อแท้ก็ไม่ได้สร้างความปรองดองแต่เป็นความพยายามล้างความผิดให้กับพี่ชาย
หลักประชาธิปไตยของฝ่ายบริหาร ด้วยการบอกต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมสร้างความสมานฉันท์ ประเดิมงบ 90 ล้านให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดเวทีสานเสวนาประชาธิปไตย แต่แค่นำร่องจัดเวทีในรพ.แห่งหนึ่ง ก็ทำเอาผู้คนงุงงงไปสานเสวนาอะไรกันในรพ.ให้คนไข้ผู้ป่วยมาถกเครียดเรื่องความขัดแย้งในบ้านเมืองหรือ หรือแม้แต่การเตรียมเดินสายตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ด้วยการระดมมวลชน หัวคะแนน นักวิชาการที่สนับสนุนรัฐบาล โดยไม่เปิดกว้างให้ฝ่ายอื่นได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น นี่หรือคือการมีส่วนร่วมตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง
การใช้สิทธิเสรีภาพการชุมนุมแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย โดยมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถ้าเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเปิดโอกาสให้ปิดถนน สร้างความวุ่นวายให้เพื่อนร่วมชาติได้ เปิดโอกาสให้ปราศรัยโจมตีจาบจ้วงสถาบัน ละเลงถ้อยคำไม่สุภาพหมิ่นประมาทเบื้องสูงผ่านโซเชียลมิเดีย โดยผู้นำรัฐบาลทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อน แต่ถ้าเป็นฝ่ายที่ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกลับแข็งขันสกัดกั้นโดยให้คนรัฐบาลสำทับ พวกนี้ไม่ใช้วิธีประชาธิปไตย
มีการเปิดโอกาสให้เสนาบดีใช้อำนาจให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีสิทธิตรวจสอบคดีสำคัญทางการเมืองในประเทศ ทั้งที่ยังมีข้อถกเถียงไม่ได้ข้อยุติ การมอบอำนาจให้แขกต่างด้าว ท้าวต่างแดน จะส่งผลกระทบอำนาจตุลาการในไทยมากน้อยขนาดไหน แต่ผู้นำฝ่ายบริหารประเทศไทยกลับไม่หือไม่อืออะไรเลย
ขณะที่ประชาธิปไตยแบบไทยกำหนดอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ มีความเชื่อมโยงกัน เอาเฉพาะบริหารและนิติบัญัญัติก็เป็นที่ประจักษ์ผู้นำรายนี้ให้ความสำคัญกับนิติบัญญัติมากขนาดไหน เวทีรัฐสภามิใช่เป็นแค่ห้องจิบกาแฟแล้วปลีกตัวไปว.5 แต่สภาแห่งนี้ยังทำหน้าที่ผ่านร่างกฎหมาย ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ผ่านการอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถามสด การอภิปรายทั่วไป และมาตรการรุนแรงที่สุดคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
จริงอยู่ช่วงสองสามสัปดาห์ของเดือนพ.ย. ฝ่ายบริหารหาเหตุผลบอกนิติบัญญัติ ว่านายกฯผู้น่ารักมีคิวยาวเดินสายเพื่อภารกิจชาติ ทำให้การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องขยับมาจนถึงปลายเดือนก่อนปิดสภา
แม้จะเป็นการบีบฝ่ายค้านให้อภิปรายได้แค่สองวัน แต่นั่นก็เป็นการยืนยัน ผู้นำประเทศมีเวลาให้ความสำคัญกับนิติบัญญัติแล้ว เพราะฉะนั้น สองสามวันที่เหลือปลายเดือนหวังว่าจะได้เห็นผู้นำที่บูชาประชาธิปไตยจะไม่หายไปไหน







