
ชี้ชะตา 3จี
การประมูลใบอนุญาต 3จี เข้าสู่ช่วงสำคัญและอาจเรียกได้ว่าเป็นการชี้ชะตาก็ว่าได้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การประมูลใบอนุญาต 3จี เข้าสู่ช่วงสำคัญและอาจเรียกได้ว่าเป็นการชี้ชะตาก็ว่าได้
เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเห็นชอบเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย
ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการ โดยหากศาลปกครองมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็จะสิ้นสุดในกระบวนการกฎหมายปกครองที่มีอยู่
ประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอมี 2 ข้อเท่านั้น
ประเด็นแรก-ใครเป็นผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาต 3จี
สาเหตุเพราะการออกใบอนุญาตของการประมูลครั้งที่ผ่านมากระทำโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไม่ใช่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้วินิจฉัยก็คือการออกใบอนุญาตดังกล่าว ขัด หรือแย้งกับกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับหรือไม่
ฉบับแรกคือรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 47 วรรคสอง ที่บัญญัติไว้ว่า หน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่เป็นของ กสทช. ส่วนฉบับที่ 2 คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม ในมาตรา 41 วรรค 1 ที่อธิบายเป็นภาษาง่ายๆ ว่าการออกใบอนุญาตต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆ ตามพระราชบัญญัตินี้
นี่ คือประเด็นแรก
ประเด็นที่ 2 การประมูล 3จี ที่ผ่านมามีปัญหา ไม่ชอบมาพากล เช่น เงื่อนไขที่ออกมาทำให้เกิดการฮั้ว ฯลฯ หรือไม่
กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม อีกเช่นกัน ในมาตรา 41 วรรค 7
มาตราดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขการประมูลหลักๆ 6 ด้าน คือ 1.ต้องคำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า 2.การป้องกันการผูกขาด 3.การส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม 4.การให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ 5.ภาระของผู้บริโภค และ 6.การคุ้มครองสิทธิของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น
ถ้าศาลปกครอง ยกคำร้อง ทุกอย่างก็เดินหน้า
แต่หากตรงกันข้าม ไม่เพียงแต่ใบอนุญาต 3จี ต้องหยุดลง แต่ว่าผู้เกี่ยวข้องได้นอนหนาวกันเป็นแถว
นี่แหละ คือการพิสูจน์ของเครือข่าย 3จี ที่ทุกคนอยากให้เกิด แต่ต้องเกิดอย่างโปร่งใส เป็นธรรม กับทุกฝ่าย
เรื่องนี้ จึงต้องติดตามด้วยความระทึก







