
แล้งมาแล้ว
ภัยแล้งกำลังมาเคาะประตูบ้าน หลายจังหวัดเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ภัยแล้งกำลังมาเคาะประตูบ้าน หลายจังหวัดเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
แม้ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้
ก่อนหน้านี้เคยมีผู้ออกมาเตือนถึงปัญหาภัยแล้ง แต่ก็ไม่ถูกเหลียวแลหรือรับฟัง
สิ่งที่รัฐบาลทำไปก็คือการเร่งระบายน้ำเหนือเขื่อนอย่างมากมาย เนื่องจากกลัวจะเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ท่ามกลางคำเตือนว่าปริมาณฝนจะไม่มาก น้ำจะไม่ท่วม
สุดท้ายน้ำไม่ท่วม แต่กลายเป็นปัญหาภัยแล้ง
สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำ 55,398 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 74% ของความจุ
น้ำที่มีอยู่จะนำมาใช้ได้เพียง 31,600 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 42% ของความจุ น้อยกว่าช่วงปีที่ผ่านมาถึง 13,728 ล้าน ลบ.ม.
แต่ละวันจะมีปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่าง 72.04 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่มีการระบายออก 119.52 ล้าน ลบ.ม.
หมายความว่าแต่ละวันน้ำในเขื่อนต้องพร่องลงไปประมาณ 47.48 ล้าน ลบ.ม./วัน
พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ในส่วนของภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบมากสุดจำนวน 45 จังหวัด เนื้อที่ 9.52 ล้านไร่ โดยมีจังหวัดที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 23 จังหวัด
ภาคอีสาน มีพื้นที่แห้งแล้งมากที่สุด 20 จังหวัด และคาดว่าจะไม่มีน้ำใช้ปลูกข้าว 6 เดือน
พื้นที่เพาะปลูกในแถบอีสานจะไม่มีน้ำใช้อย่างน้อย 6 เดือน นับตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป
น้ำที่มีอยู่ในเขื่อนในแถบภาคอีสาน จะเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่ก็ต้องใช้อย่างประหยัด
ความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ คือ การทำฝนเทียม แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะความชื้นในอากาศไม่เพียงพอ
ก่อนหน้านี้เคยมีพายุหลายลูกเข้ามา อาทิ พายุเซินตินห์ แต่กลับเปลี่ยนทิศทางจากเดิม ทำให้ไม่สามารถทำฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนในภาคอีสานได้
ฝนหลวงที่ทำให้ขณะนี้ เป็นเพียงการทำเพื่อบรรเทาอากาศแล้งเท่านั้น
ปราโมทย์ ไม้กลัด คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปี 2555 มาเร็วกว่าทุกปี โดยมีปรากฏการณ์เอลนินโญชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.แล้ว
ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า เคยเตือนรัฐบาลแล้วว่าปีนี้มีฝนน้อย แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความสนใจ
สิ่งที่รัฐบาลทำมีเพียงการตั้งหน้าตั้งตาระบายน้ำในเขื่อน ทำให้ขณะนี้มีน้ำเหลือน้อยมาก หลังจากนี้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน จะโดนภัยแล้งหนัก โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน
นี่แหละ ปัญหาใหญ่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
ภาพศึกแย่งชิงน้ำจะเกิดขึ้นให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างชาวนากับชาวนาแต่ละพื้นที่ หรือการแย่งชิงน้ำระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม การอุปโภคบริโภคกับการเกษตร
น่าสงสารบ้านเมืองเสียจริง ปีก่อนเจอปัญหาน้ำท่วมเสียหายยับเยิน ปีนี้จนถึงปีหน้ากำลังเจอปัญหาภัยแล้ง
และปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เฉพาะภัยแล้งอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการของรัฐบาลด้วย ที่พูดอย่างไรก็ไม่ฟัง
มัวแต่บอกคำเดียวว่า เอาอยู่ไปทุกเรื่องสิน่า







