
ฟุตซอลโลก
วันนี้ขออนุญาตแวะมาเรื่องกีฬาบ้างครับ ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยสักกี่ล้านคนทราบว่าตั้งแต่วันนี้18 พ.ย.นี้ จะมีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่ประเทศไทย
โดย...ขำ เคืองใจ
วันนี้ขออนุญาตแวะมาเรื่องกีฬาบ้างครับ ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยสักกี่ล้านคนทราบว่าตั้งแต่วันนี้18 พ.ย.นี้ จะมีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่ประเทศไทย
นี่ไม่ใช่กีฬางานวัดหรือเกมกีฬาระดับอาเซียน แต่เป็นมหกรรมกีฬาที่มีองค์กรระดับโลกอย่างฟีฟ่าให้การรับรอง โดยมี 24 ชาติ ผ่านการคัดเลือกจากทั่วทุกมุมโลกเข้าแข่งขัน
ผลการแข่งขันใครแพ้-ชนะคือเรื่องของเกมกีฬา
แต่ที่ผมเฝ้ามองฟุตซอลโลกครั้งนี้มากกว่านั้นเป็นเรื่องของศักยภาพประเทศไทยในการดำเนินกิจกรรมใหญ่ๆ เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่มีเรื่องของกลิ่นตุๆ ส่งผ่านออกมาจากสนามแข่งขันกระทบต่อภาพพจน์ประเทศไทย
เป้าใหญ่อยู่ที่การสร้างสนามบางกอกฟุตซอล อารีนา ย่านหนองจอก ที่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ฟีฟ่ากำหนดให้มีสนามขนาดใหญ่จุผู้คนจำนวนมากรองรับการแข่งขัน
เป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับจากที่ ครม.มีมติมอบให้ กทม.ดำเนินการสร้างสนามแต่ไม่เรียบร้อยทำให้ฟีฟ่าไม่รับรองต้องย้ายไปเปิดสนามที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก ต่อมาฟีฟ่ารับรองก๊อกสองให้ใช้เป็นสนามแข่งขันรอบ 8 ทีม สุดท้าย
ตรงนี้คงเห็นแก่หน้าประเทศไทยเพราะอุตส่าห์เร่งสร้างสนามเสร็จจากที่วางแพลนไว้ 500 กว่าวัน สามารถเนรมิตได้ภายใน 270 กว่าวันหรือไม่ถึงปี
แต่ภาพก่อนนี้สิ ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกเรียบร้อยท่ามกลางคำถามชาวโลกและคนไทยด้วยกัน เพราะนับตั้งแต่ฟีฟ่ามอบความไว้วางใจให้ไทยเป็นเจ้าภาพใช้เวลา 4 ปี ในการเตรียมการแต่สนามสามารถสร้างเสร็จภายในเวลาไม่ถึงปี
แน่นอน ถึงจะมีการทดสอบสนามยืนยันความพร้อม แต่ไม่อาจหนีพ้นข้อห่วงกังวลสภาพความแข็งแรงของสนามจะปลอดภัยดีไหม นั่งอยู่ดีๆ จะมีซากไม้เศษปูนร่วงหล่นใส่ศีรษะหรือเปล่า กองเชียร์เข้าชมนักฟุตบอลลงไปฟาดแข้งจะมึนจากลิ่นสีและทินเนอร์ แม้แต่การใช้บริการห้องน้ำ ระบบแสงสีเสียงจะติดๆ ดับๆ หรือไม่ ก็ได้แต่ส่งแรงใจอธิษฐานข้อความกังวลเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น ขอให้การจัดแข่งขันผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย
อีกเรื่องคือการประชาสัมพันธ์ ไม่รู้ว่าทุกท่านเห็นเหมือนอย่างที่ผมเห็นหรือไม่ แทบจะไม่เห็นข้อความประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชน เด็กเยาวชนได้มีส่วนร่วมกับงานกีฬาระดับโลกครั้งนี้ ริ้วธงให้เกียรติแต่ละชาติแสดงถึงการต้อนรับน้อยมากตามรายทาง
ผู้ที่รู้ว่าไทยเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกคงจะเป็นผู้ที่ผ่านไปผ่านมาหน้าสนามกีฬาต่างๆ หรือไม่ก็คอกีฬาพันธุ์แท้ที่อ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์กีฬา หรือทราบข่าวสารทางหน้าจอทีวีบางช่องเท่านั้น
เมื่อมองไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานครั้งนี้มีความพยายามยัดเยียดให้เป็นภาพของผู้บริหาร กทม.ฝ่ายเดียวแต่การจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ารัฐบาลย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
แม้แต่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬารู้หรือเปล่าว่าไทยเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก หนำซ้ำยังมีลูกหลานนักการเมืองสนุกกับการโจมตี กทม.ทำงานไม่เป็นสับปะรดทั้งที่ควรเอาเวลาช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไทยมีส่วนร่วมเกมกีฬาครั้งนี้ แต่กลับไม่ทำ
นี่คือความอะเมซิง อันซีนไทยแลนด์ขนานแท้







