
ลูกไล่ประชานิยม
ไหลไปเรื่อยไม่รู้จบ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังประจำปี 2555 เป็นกรณีพิเศษอีก 1.39 ล้านตัน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ไหลไปเรื่อยไม่รู้จบ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังประจำปี 2555 เป็นกรณีพิเศษอีก 1.39 ล้านตัน
ผลที่เกิดขึ้นก็คือมีข้าวนาปรังที่เข้าโครงการรับจำนำถึง 14.7 ล้านตัน ปริมาณมากมายมหาศาลตั้งแต่ตั้งประเทศไทยก็ว่าได้
และคอยดูข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 รับประกันได้ว่าปริมาณข้าวที่เข้าสู่โครงการรับจำนำจะต้องมากมายมหาศาล ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำรอยเหมือนกับนาปรังที่เป็นอยู่
ที่สำคัญ โครงการรับจำนำข้าว จะสร้างปัญหาระยะยาวให้ประเทศ
นับตั้งแต่การขาดทุนจำนวนมหาศาล กลายเป็นระเบิดเวลาหนี้สินแห่งอนาคต
ซ้ำร้าย จะทำให้อนาคตการปลูกข้าวของไทยประสบกับปัญหาไม่มีการยกระดับคุณภาพการผลิต
ปัจจัยสำคัญที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร ก็คือการทำให้รายได้ของชาวนาดีขึ้น เนื่องจากสภาพที่เป็นอยู่ก็คือชาวนารายได้น้อยกว่ารายจ่าย
แต่วิธีการไม่ใช่แค่การเพิ่มราคารับจำนำไปสูงๆ จนก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายอย่างที่เห็น
วิธีที่ต้องทำก็คือการปรับปรุงคุณภาพการผลิต ให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ถึงจะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ผลผลิตข้าวของไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ ของบรรดาผู้ปลูกข้าวทั่วโลก แพ้ทั้งพม่า เวียดนาม
ที่เราเอาชนะได้มีเพียงเขมรเท่านั้น
ยิ่งไปเทียบกับสหรัฐอเมริกา หรือเกาหลีใต้ ก็ไม่เห็นฝุ่น โดยผลผลิตต่อไร่ของประเทศเหล่านี้มากกว่าไทยเกินเท่าตัว
การพัฒนาคุณภาพการผลิตจึงเป็นวิธีที่จะทำให้เกษตรกรเติบโตอย่างยั่งยืน ยืนอยู่บนขาของตัวเอง ไม่ต้องแบมือขอใคร
ส่วนที่เหลือในการแก้ปัญหารายได้ของเกษตรกร เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างอื่นที่รัฐบาลต้องทำให้เกิด เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง
อาทิ การพัฒนาตลาดกลาง การแปรรูปข้าวเพิ่มมูลค่า การลดต้นทุนการผลิตให้ชาวนา การประกันภัยพืชผลเพื่อลดความเสี่ยง ลดความเสียหายให้ชาวนา ฯลฯ
แต่รัฐบาลกลับสอนแต่ให้ชาวนาแบมือขอเงิน เป็นการทำลายระบบการผลิตข้าว ทำลายอนาคตของข้าวไทย ละเลยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยระบบจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดลิบลับ
ชาวนาจึงจำเป็นต้องรอเงินจากโครงการรับจำนำข้าว กลายเป็นลูกไล่ตกเขียวผูกติดเป็นฐานเสียงที่ยั่งยืนต่อไป
ประเทศนี้กำลังเข้าสู่อันตรายอย่างยิ่งยวด







