ไหลยาว

วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 07:00 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เชื่อหรือไม่เชื่อว่า ข้าวไทยหล่นอันดับไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งเรื่องปริมาณการส่งออก และรสชาติ

ปริมาณการส่งออกไม่ต้องพูดถึง เสียแชมป์อย่างแน่นอน จากนโยบายจำนำข้าวในราคาสูง จนการส่งออกหดหายอย่างที่เห็น

ขณะที่คุณภาพข้าว ก็ถูกประเทศคู่แข่งตัดหน้าไปอีก

ในการประชุมข้าวโลกของกลุ่มผู้ค้าข้าว (TRT World Rice Conference) ที่บาหลี อินโดนีเซีย ครั้งล่าสุด ปรากฏว่าข้าวกัมพูชาได้รับการยกย่องว่าคุณภาพดีสุด จากคณะกรรมการที่ประกอบด้วย นักชิมซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว กับกุ๊กจากโรงแรมระดับ 5 ดาว

การชิมดังกล่าว จะไม่มีการระบุประเภท ชนิด หรือแหล่งที่มาของข้าว โดยปีก่อน ข้าวพม่า ได้รับการยกย่องเป็นอันดับ 1 แต่ปีนี้ตกเป็นของกัมพูชา

สำหรับการประชุมประจำปีครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารจัดการด้านอาหาร หน่วยงานราชการ ผู้แทนสมาคมกับบริษัทค้าข้าวจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ตามรายงานของกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาปลูกข้าวคุณภาพดีอยู่ 2 ชนิด คือ ข้าวหอมดอกลำดวน ที่นิยมปลูกกันมากใน จ.ศรีสะเกษ กับ ข้าวดอกมะลิ ที่นำเมล็ดพันธุ์ไปจากประเทศไทย

นี่แหละ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับข้าวไทย ที่เราภูมิใจหนักหนาเป็นเลิศในโลก

และข้าวไทยลำบาก จะยิ่งหนีห่างไกลจากคำว่าคุณภาพ โดยจะไม่มีการปรับปรุงคุณภาพการผลิต

เพราะการประกันราคาข้าวในอัตราที่สูงๆ ไม่จูงใจให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ แต่จะเร่งให้เกิดการผลิตมากๆ เอาไว้เป็นพอ

กลไกราคาจะถูกทำลาย การพัฒนาเพื่อให้ได้คุณภาพข้าวที่ดี เพื่อให้ได้ราคาสูงจะถูกลบเลือนหายไป

ตัวอย่างที่กำลังเกิดขึ้นคือ ข้าวอินทรีย์ ที่เป็นความหวังเพิ่มมูลค่าให้กับข้าว ก็ต้องพบปัญหาใหญ่อันเนื่องจากการประกันราคาข้าว ไม่ได้ครอบคลุมถึงข้าวอินทรีย์

ชาวบ้านจึงหันหลังกับการปลูกข้าวอินทรีย์ เนื่องจากการปลูกข้าวอินทรีย์ลำบากกว่ามาก แต่ราคากลับขายได้น้อยกว่า

ขณะเดียวกันโรงสีที่รับซื้อข้าวอินทรีย์ก็ไม่มีความสามารถในการเพิ่มราคารับซื้อข้าว

ราคาข้าวหอมมะลิตามโครงการรับจำนำอยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม แต่ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ โรงสีรับซื้ออยู่ที่ 17-18 บาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ราคาข้าวอินทรีย์จะแพงกว่า

นี่แหละ ผลกระทบที่จะตามมาแบบไม่รู้จบของการทำสิ่งขวางโลก

แต่เชื่อเถอะ จะว่าอย่างไรก็ไม่เป็นผลหรอก

มันหูอื้อ ตามัว อิ่มเอม อย่างนี้จะไปสั่งหยุดได้อย่างไร