
ข้าว...คางเหลือง
ต้องบอกว่าเห็นแล้วหนาว สำหรับโครงการรับจำนำข้าวที่อยู่ในสภาพดินพอกหางหมู เลือดเข้าตามากขึ้นทุกขณะ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ต้องบอกว่าเห็นแล้วหนาว สำหรับโครงการรับจำนำข้าวที่อยู่ในสภาพดินพอกหางหมู เลือดเข้าตามากขึ้นทุกขณะ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการเสนอ ครม.เกี่ยวกับการจำนำข้าว 2 เรื่อง
เรื่องแรก คือการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังเพิ่มอีก 2.2 ล้านตัน โดยใช้เงิน 2.69 แสนล้านบาท
อีกเรื่อง คือการเริ่มจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 ในเดือน ต.ค.ที่จะถึง ปริมาณ 25 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินที่จะใช้คือ 4 แสนล้านบาท
ปรากฏว่า ครม. อนุมัติเฉพาะเรื่องแรก คือจำนำข้าวเปลือกนาปรังเพิ่ม ส่วนการจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิตใหม่ ยังไม่อนุมัติ
ครม.มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ไปร่วมหารือหากันให้ได้ข้อยุติเรื่องปริมาณข้าวเปลือกนาปีให้สอดคล้องกับปริมาณข้าวเปลือกที่เกษตรกรเพาะปลูกอีกครั้ง
ทั้งหมด ไม่น่าประหลาดใจ
เพราะการจำนำข้าวนาปีรอบใหม่ คงทำให้หลายๆ คนต้องหยิบยาหอม ยาลม ยาดม ยาหม่องขึ้นมาแก้วิงเวียน
อย่าลืม ก่อนหน้านี้รัฐบาลเปิดรับจำนำข้าวของปีก่อนไป ทำให้มีสต๊อกข้าวสารล้นโกดังถึง 10 ล้านตันเศษ
ถ้าเปิดรับจำนำอีก ตามเป้าหมายก็เท่ากับว่า จะต้องมีข้าวสารเก็บไว้อีก 16-17 ล้านตันข้าวสาร
เมื่อรวมกับของเก่า สต๊อกข้าวสารจะบานไปใกล้ๆ 30 ล้านตัน
คำถามแรก จะเอาโกดังที่ไหนมาบรรจุ ข้าวที่มีสภาพกองเป็นภูเขาเลากา
ถัดมาจะจัดการอย่างไรกับข้าวที่รับจำนำ
ปริมาณสต๊อกใกล้ๆ 30 ล้านตัน มันเท่ากับการส่งออกตามปกติถึง 3 ปี
จะขายอย่างไร จะส่งออกอย่างไร โดยเฉพาะราคาข้าวที่รับจำนำสูงกว่าราคาตลาดโลกอย่างมาก หากไม่ตัดใจขายราคาขาดทุนก็ยากจะระบายออกไป
ยกเว้นอย่างเดียวต้องพึ่งเทวดา ให้เกิดภัยพิบัติทั่วโลก จนผลผลิตข้าวเสียหาย นั่นแหละถึงรอดตายกันไปได้
สุดท้าย เงินที่จะเอามาจากไหนมาจำนำข้าว ตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องใช้ถึง 4 แสนล้านบาท
เงินทั้งหมดไม่ได้ตั้งงบประมาณแผ่นดินเอาไว้ จำเป็นต้องกู้ยืม สิ่งที่จะตามมาคือหนี้สาธารณะจะต้องเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
นี่ยังไม่นับผลขาดทุนจากการจำนำ การระบายข้าวอีก
เห็นแล้ว บอกได้เลยว่า งานนี้ไอ้หวังตายแน่







