
ประเด็นร้อน4ก.ย.
วันนี้ เรื่องฮอตอยู่ที่ประชุม ครม. ทั้งเรื่องโยกย้าย และขออนุมัติกู้ 4 แสนล้านเพื่อมารับจำนำข้าวราคาสูงตามนโยบายซึ่งจะเริ่มรอบใหม่เดือน ต.ค.นี้
วันนี้ เรื่องฮอตอยู่ที่ประชุม ครม. ทั้งเรื่องโยกย้าย และขออนุมัติกู้ 4 แสนล้านเพื่อมารับจำนำข้าวราคาสูงตามนโยบายซึ่งจะเริ่มรอบใหม่เดือน ต.ค.นี้
1.ประชุม ครม.วันนี้ มีวาระที่น่าสนใจอยู่ที่การโยกย้าย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมตั้ง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มารับตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ท. ทำให้ต้องติดตามฟังเสียงสะท้อนจากสังคม เพราะแว่วว่าเบื้องหลังการโยกย้ายครั้งนี้ เนื่องจาก ป.ป.ท. ออกมาให้ข่าวการทุจริตโครงการเยียวยาน้ำท่วม ส่วนเรื่องนี้จะบานปลายสั่นคลอนรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยจะเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยระดับปลัดกระทรวงรองปลัดกระทรวง อธิบดี ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งตัวเก็ง
ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังเป็นชื่อนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่นเดิม ส่วนตำแหน่งใหญ่ๆ เช่น อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นของนายแก่นเพชร ช่วงรังสี ผวจ.อุดรธานีเพราะมีแบ็กดีที่ชื่อว่า นายประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ส่วนนายชวนศิรินันท์พร ผวจ.นครราชสีมา ได้นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมการปกครอง และอาจมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการนำนายภาณุอุทัยรัตน์ อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ปัจจุบันนั่งตบยุงอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ กลับมาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.แม้โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดตันละ 1.5 หมื่นบาทในราคาสูงของรัฐบาล จะยังสรุปไม่ได้ว่าจะเสียหายเป็นแสนล้านบาท หรือจะสูญงบประมาณแค่6-7 หมื่นล้านบาท น้อยกว่าประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้งบ 7-8 หมื่นล้านบาท ตามที่รัฐบาลบอก แต่วันนี้ใน ครม.ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จะเสนอให้กระทรวงการคลังกู้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 4.05 แสนล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนรับจำนำข้าวรอบใหม่ฤดูการผลิตปี2555/2556 ที่คาดว่าจะมีปริมาณ25.822 ล้านตัน จากทั้งหมด 33 ล้านตันข้าวเปลือก
3.อีกวาระที่น่าสนใจอยู่ที่การพิจารณากรอบแนวทางการดำเนินงานคณะกรรมการบูรณาการการบริหารจัดการที่ดินเชิงระบบ เพื่อดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการที่ดินระดับจังหวัดสามารถสนองต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินได้อย่างเป็นรูปธรรม งบประมาณ 2,570 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรวม 3 คณะ โดยนายวรวัจน์เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้แก่ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมาย มีหน้าที่รวบรวมและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย คณะอนุกรรมการจัดรูปที่ดิน ส่วนจะเดินสู่ฝั่งฝันกระจายที่ดินไปสู่รากหญ้าได้แค่ไหนต้องลุ้นเอาใจช่วย
4.กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องให้ครม.พิจารณาอนุมัติให้เอกชนร่วมพัฒนาที่ดินบริเวณพื้นที่สยามสแควร์บางส่วน (อาคารกลุ่ม L) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ 2 งาน 28.75 ตารางวา (7,315 ตารางเมตร) ตั้งอยู่บริเวณลานจอดรถที่ 4 ตรงข้ามโรงแรมโนโวเทล ใกล้ทางออกถนนอังรีดูนังต์ ของศูนย์การค้าสยามสแควร์ เพื่อประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบอาคารสูงเป็นโรงแรมขนาด 300 ห้องใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท
5.หอการค้าไทยกำหนดจัดแถลงข่าวเรื่อง "ข้อคิดเห็นของหอการค้าไทยที่มีต่อเศรษฐกิจไทยและผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค" ต้องมาลุ้นกันว่าผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ส.ค.นี้ จะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากที่หน่วยงานต่างๆ เริ่มออกมาปรับลดตัวเลขยอดส่งออกปีนี้เหลือ 5-7% กันหมดแล้ว งานนี้คงต้องลุ้นกันอีกทีหลังจากที่รัฐบาลยอมรับกลายๆ แล้วว่า ปีนี้เป้าส่งออกคงไม่ถึง15% ตามที่ตั้งไว้แล้ว
6.นับถอยหลังวันสุดท้ายก่อนเดินหน้าทดสอบการระบายน้ำเข้าพื้นที่กทม. หลังจากที่วานนี้ นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ออกมาแจงขั้นตอนการระบายน้ำละเอียดยิบไปแล้วแต่หลายฝ่ายยังเป็นห่วงว่าการทดสอบครั้งนี้ท่ามกลางสภาพที่ฝนยังตกต่อเนื่องอาจสุ่มเสี่ยงสร้างความเสียหายให้กับบางพื้นที่ โดยเฉพาะล่าสุดการลงพื้นที่ของฝ่ายค้านตรวจสอบคลองลาดพร้าวพบว่ายังไม่มีการขุดลอกแต่อย่างไรระหว่างนี้จึงต้องติดตามดูมาตรการเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายจากฝั่งรัฐบาลเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
7.ประชุมพรรคเพื่อไทย วันนี้ วาระน่าสนใจอยู่ที่การเตรียมความพร้อมที่รัฐบาลแถลงผลงานครบ 1 ปีคาดว่าจะรวบรวมผลงานจากทุกกระทรวงเสร็จไม่เกินวันที่ 15 ก.ย.นี้ จากนั้นจะสรุปผลงานเพื่อให้นำผลงานไปเผยแพร่สู่ประชาชนต่อไป นอกจากนี้จะมีการแจ้งให้ทราบถึงเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ต่อนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการไป 1 ปี ว่า ประชาชนมีความพึงพอใจหรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไขอย่างไร จะได้นำมาแก้ไขในการทำงานปีที่สองของรัฐบาล







