
สมองมีไว้ทัดหู
ฮาไม่ออก หรือจะเรียกว่าออกอาการเฟอะฟะก็ว่าได้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ฮาไม่ออก หรือจะเรียกว่าออกอาการเฟอะฟะก็ว่าได้
เมื่อกระทรวงพาณิชย์ขอแก้ไขตัวเลขการส่งออกในเดือน มิ.ย. 2555 และช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เนื่องจากความผิดพลาดในเรื่องการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน
เดิมกระทรวงพาณิชย์เคยแถลงการส่งออกเดือน มิ.ย. ลดลง 2.50% และ 6 เดือนแรกลดลง 1.66% ก็ขอแก้ไขใหม่ว่า จริงๆ แล้วเดือน มิ.ย. ลดลง 4.2% ส่วนครึ่งปีแรกลดลง 2%
หมายความว่า ภาวะการส่งออกแย่กว่าเดิม
แต่ที่มันแย่กว่าภาวะการส่งออกก็คือ ความน่าเชื่อถือของกระทรวงพาณิชย์นี่แหละ
เหตุผลที่ขออภัยในความผิดพลาดก็คือ กระทรวงพาณิชย์ได้รับตัวเลขการส่งออกที่แสดงค่าเป็นเงินบาท จึงต้องนำเอาอัตราแลกเปลี่ยนมาหารเพื่อให้อยู่ในรูปเงินดอลลาร์ โดยแทนที่จะเอาอัตราแลกเปลี่ยนในเดือน มิ.ย. มาคำนวณ ก็กลับเอาของเดือน พ.ค. มาคิดเสียนี่
ผลจึงเป็นการปล่อยไก่วิ่งเพ่นพ่านไปทั้งสนามบินน้ำ
ถามว่าการทำงานผิดพลาดได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าผิดกันได้ แต่ทว่าการผิดพลาดนี้ต้องตระหนักให้ดีว่าทำให้เกิดอะไรตามมาบ้าง
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์เจ้าเก่านี่แหละ ก็สร้างความเคลือบแคลงในตัวเลขดัชนีผู้บริโภค ซึ่งแสดงถึงภาวะของแพงมาแล้ว โดยมีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้บริโภคที่ต่ำกว่าสภาพความเป็นจริงที่ชาวบ้านเจอมา
คราวนั้นก็งอมพระราม เนื่องจากถูกมองว่าบิดเบือนตัวเลขเอาใจรัฐบาลที่กำลังเจอปัญหาของแพงในช่วงราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสูง และผสมกับการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท
ความเชื่อมั่นของกระทรวงพาณิชย์จึงเข้าสู่ภาวะถดถอยนับตั้งแต่นั้นมา และยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย
ยิ่งเฉพาะด้านการส่งออกยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะตัวเลขที่ผิดๆ ถูกๆ แต่ทว่าเป้าหมายการส่งออกที่วางไว้ก็ยังเป็นไม่ได้
ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าการส่งออกขยายตัว 15% ซึ่งวิจารณ์กันตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ทว่าก็ยังยืนกรานตัวเลขเดิม และแม้จะผ่านมาครึ่งปีการส่งออกติดลบไปแล้ว ก็ยังยืนเป้าไม่เปลี่ยน
นั่นหมายความว่า ช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกจะต้องขยายตัวเดือนละ 32% เป็นอย่างต่ำ อมพระประธานมาพูดก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ก็ยังพูดกันทุกวัน
เชื่อเถอะ สุดท้ายเมื่อเป้าส่งออกพลาดไป ก็จะมีคำอธิบายทำนองว่า ต้องตั้งเป้าสูงๆ เพื่อให้เร่งรัดการทำงาน ขืนปรับเป้าลงมาก็จะยิ่งแย่กว่าเก่า ฯลฯ
มันก็เป็นอย่างนี้ วิธีบริหารบ้านเมืองในยุคปัจจุบัน
สบายๆ ไม่ใช้สมองทำงาน แต่บริหารกันด้วยปากไปวันๆ







