
ประเด็นร้อน20ก.ค.
ยังไม่น่าไว้วางใจสถานการณ์โรคระบาดมือ เท้า ปาก ติดตามการเฝ้าระวังป้องกัน ขณะที่ประเด็นการเมืองจับจ้องท่าทีเพื่อไทยขุดคุ้ยหลักฐานรับราชการทหารนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อหวังการใด
ยังไม่น่าไว้วางใจสถานการณ์โรคระบาดมือ เท้า ปาก ติดตามการเฝ้าระวังป้องกัน ขณะที่ประเด็นการเมืองจับจ้องท่าทีเพื่อไทยขุดคุ้ยหลักฐานรับราชการทหารนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อหวังการใด
1.โรคมือ เท้า ปาก ยังแพร่ระบาดในเด็กเล็กอย่างไม่หยุดยั้ง และเริ่มแพร่กระจายไปหลายจังหวัด วันนี้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และ กทม. จะแถลงความร่วมมือเฝ้าระวังและขจัดโรคมือเท้า ปาก ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ต้องติดตามการแถลงของผู้เกี่ยวข้องในการป้องกันโรคนี้จะมีการรายงานสถานการณ์ล่าสุดอย่างไร
2.รื้อฟื้นอีกครั้งกับประเด็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หนีทหาร ทั้งที่เคยมีการอภิปรายชี้แจงในสภาจนเรื่องเงียบหายไปนานแต่จู่ๆพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมออกมาแถลงมีหลักฐานนายอภิสิทธิ์หนีทหาร โดยยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบเรื่องนี้แล้วน่าสนใจไม่น้อยกับการคุ้ยประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีนายอภิสิทธิ์อีกระลอกเพื่อการใด หรือว่านี่คือแผนการขอตัวช่วยจากกลาโหมสร้างความชอบธรรมให้นายจตุพร พรหมพันธุ์หักล้างคดีในศาล วันนี้ท่าทีแกนนำ นปช.ชื่อตู่จะออกมาชี้แจงหรือไม่อย่างไร
3.ถูกวิจารณ์แก้แต่ปัญหาให้กับคนบางคน ส่วนปัญหาบริหารบ้านเมือง กวาดล้างคอร์รัปชันช่างหน่อมแน๊มว่าแล้ว วันนี้ เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล 2 รัฐมนตรีจับมือโชว์ผลงานปราบปุ๋ยปลอม ระหว่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับกรมวิชาการเกษตร และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)จะแถลงข่าวเปิดโปงขบวนการปลอมปุ๋ยหลอกเงินพี่น้องเกษตรกร พร้อมกับขึ้นแบล็กลิสต์ผู้ค้า โรงงานทำปุ๋ยปลอม และขึ้นทะเบียนร้านขายปุ๋ยดีเด่นตามโครงการร้านจำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรที่มีคุณภาพ หรือร้าน "Q Shop"ให้เกษตรกรได้มีข้อมูลในการเลือกซื้อปุ๋ยดีมีคุณภาพ งานนี้ 2 รมต.การันตีว่า หากพบโรงงานปุ๋ยปลอมที่ไหนจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือ สั่งปิดกิจการทันที
4.สถานการณ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำท่าจะไม่คลี่คลาย ยิ่งวันนี้เป็นวันศุกร์ก่อนสุดสัปดาห์น่าลุ้นระทึก จะมีการออกมาปิดถนนกันอีกหรือไม่ ขณะที่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.กทม. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเข้ายื่นหนังสือต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอให้เพิ่มอำนาจผู้ว่าฯ กทม. ให้เท่ากับผู้ว่าฯในจังหวัดอื่นในการจ่ายเงินชดเชยน้ำท่วมที่ผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีอำนาจอนุมัติใน 3 รายการคือ ค่าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องครัวและเครื่องนอนซึ่งทำให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตกทม. ได้รับเงินกรณ์ชดเชยไม่เท่ากับจังหวัดอื่นๆจึงอยากให้เกิดความเป็นธรรม และ 2.ขอให้ใช้ระบบเหมาจ่ายค่าชดเชยในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อครัวเรือน และไม่ควรที่จะนำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง ข้อเรียกร้องประชาธิปัตย์ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมหาดไทยยืนกรานทำไม่ได้ เมื่อต่างยืนอยู่คนละจุดคนละหลักเกณฑ์สถานการณ์นี้จะเป็นอย่างไร ชาวบ้านเดือดร้อนต่อไป
5.อีกหนึ่งเรื่องเก่าผุดเป็นประเด็นร้อน เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สรุปผลการสืบสวนสอบสวนกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ว่าไม่มีคุณภาพและราคาแพงเกินจริง แต่ฟากกลาโหม โดย พล.อ.อ.สุกำพล ยังยืนยันนอนยัน เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ใช้ได้ และที่ผ่านมาก็สามารถตรวจพบวัตถุระเบิดหลายครั้ง ขณะที่บริษัท จีที 200 ในอังกฤษก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีฐานหลอกลวง เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำอย่างไรจะเชื่อใคร จะมีการหยิบยกมาตรวจสอบกันอีกหรือไม่
6.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดรับฟังความเห็นสาธารณะร่างประกาศ กสทช.เรื่องร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลเพื่อประมูลใบอนุญาต 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่เบื้องต้นเอกชนไม่เห็นด้วยกับการกำหนดการครอบครองคลื่นที่20 เมกะเฮิรตซ์ โดยเห็นว่าควรปรับให้เหลือรายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ และยังมีประชาพิจารณ์ร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงด้วย







