
หวานคอแร้ง
ของหวานๆ กำลังรออยู่ นั่นคือข้าวจำนวนมหาศาลในโครงการรับจำนำที่เก็บเอาไว้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ของหวานๆ กำลังรออยู่ นั่นคือข้าวจำนวนมหาศาลในโครงการรับจำนำที่เก็บเอาไว้
รัฐบาลประกาศนโยบายจำนำข้าวที่เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ทำให้เกิดการทะลักนำข้าวเข้ามาจำนำอย่างมากมาย คิดเป็นปริมาณข้าวสารก็ 10 ล้านตันเข้าไปแล้ว
ภาวะที่เกิดขึ้นก็คือ โกดังเก็บข้าวใกล้แตก ไม่มีที่จะเก็บ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็ประกาศชัดว่าหมดแรงในการรับจำนำข้าว เพราะเงินหมด
ขณะเดียวกัน ข้าวที่จำนำเอาไว้ก็เก็บไม่ได้นานนัก ยิ่งเก็บคุณภาพยิ่งต่ำ ขายก็ไม่ได้ราคา
หนทางเดียวก็คือ รัฐบาลจำเป็นต้องระบายข้าวออกต่างประเทศ
นี่แหละ หวานคอแร้ง...
ในอดีต ข้าวรัฐบาลที่ขายออกไป จะเป็นการขายแบบขาดทุนเกือบทั้งหมด ภายใต้ข้ออ้างว่าต้องระบายออกไป ไม่เช่นนั้นจะยิ่งขาดทุน
แต่ทว่างวดนี้ มันจะขาดทุน บักโกรก เลือดสาด
คิดแบบง่ายๆ ข้าวสาร 10 ล้านตันต่อปี จะเข้าสู่โครงการรับจำนำ จนทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล เฉพาะค่าบริหารจัดการก็ปาเข้าไป 2.5 หมื่นล้านบาท
ราคาข้าวที่รับจำนำ ยังสูงกว่าราคาในตลาดโลกมากโข ตันละ 300350 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นบาท จำนำข้าวมาเท่าไรก็คูณเข้าไป
แต่ละปี เห็นแล้วเจ๊งเป็นแสนล้านบาท
รัฐบาลจะเอาข้าวสารไปขายใครได้ในราคาแพงๆ แม้จะไปขายในรูปรัฐต่อรัฐ แต่รัฐบาลไหนในโลกฉลาดน้อยซื้อข้าวจากไทยในราคาที่สูงเกินจริง
งานนี้จึงเตรียมตัวเสร็จพ่อค้า เหมือนเดินเข้าสู่หมากที่ล็อกกันเอาไว้ตั้งแต่แรก
วงจรอุบาทว์วงการค้าข้าว ได้กลับมาอีกครั้ง
รอบแรกในการรับจำนำข้าวแม้ชาวนาจะได้ราคาดี แต่ผู้ที่อิ่มหมีพีมันที่สุดก็คือ โรงสี รวยกันทั่วหน้า เป็นการรับประทานที่ต้นน้ำ
ส่วนรอบหลัง ผู้ส่งออก บางรายจะถูกหวย รวยเช่นกัน ด้วยการซื้อข้าวจากรัฐบาลในราคาต่ำ เป็นการร่วมรับประทานตอนปลายน้ำ
แต่ไม่ว่าจะจำนำ หรือการระบายข้าว จะมีเจ้ามือใหญ่ รวยทั้งไป ทั้งกลับ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ในฐานะผู้คุมเกม กลไกทั้งหมด
และข่าวดีก็คือ โครงการรับจำนำจะทำกันทุกปี ก็จะยิ่งมีขนมหวานให้รับประทานกันตลอดชาติ
นี่แหละ โฉมหน้าอภิมหาประชานิยมขนานแท้ เอาเงินภาษีไปละเลงสร้างคะแนนเสียง และยังเหนือเมฆฟาดของหวานสต๊อกข้าวได้อีก
กินกันพุงกลม อ้วนขาวกันทั่วหน้า ... พี่น้องเอ๋ย







