
ประเด็นร้อน6ก.ค.
ประเด็นร้อนวันนี้ จับตาอภิโปรเจกต์บริหารจัดการน้ำด้วยวงเงินมหาศาล 3 แสนล้านบาท ว่าส้มจะหล่นไปตกอยู่ในมือต่างชาติที่ไหน
ประเด็นร้อนวันนี้ จับตาอภิโปรเจกต์บริหารจัดการน้ำด้วยวงเงินมหาศาล 3 แสนล้านบาท ว่าส้มจะหล่นไปตกอยู่ในมือต่างชาติที่ไหน
1.รัฐบาลเดินหน้าเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาทำทีโออาร์บริหารโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยวันนี้พุ่งเป้าไปที่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะจะมีการเชิญเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เข้าร่วมรับฟังอภิมหาโปรเจกต์
แต่ประเด็นที่จะนำไปสู่ความร้อนแรงทางการเมืองเห็นจะเป็นกระบวนการจากนี้ไป เพราะวันจันทร์ที่ 9 ก.ค.คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะเปิดให้บริษัทเอกชนต่างชาติมารับรายละเอียดทีโออาร์ ซึ่งเป็นที่จับตามองว่าจะมีเอกชนรายใดบ้างมีที่มาเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่และสารพัดโครงการมีอะไรบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไหร่ เพราะนั่นคือภาษีประชาชนจะคุ้มค่าขนาดไหน เหล่านี้คือประเด็นร้อนที่ไม่อาจมองข้ามได้
2.นโยบายรากหญ้ายังถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องโดยเวลา 08.30 น.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ซึ่งมีวาระที่สำคัญ คือ การเตรียมแผนรับมือผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน และการผลักดันราคายางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท
จากนั้น เวลา 16.30 น. นายกิตติรัตน์จะประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติต่อที่ทำเนียบรัฐบาล ประเด็นที่ต้องจับตาเห็นจะเป็นข้อเสนอของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะให้ยกระดับกองทุนหมู่บ้านเป็นกองทุนแห่งชาติ ทำหน้าที่คล้ายธนาคารหมู่บ้าน
3.นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน จะเป็นประธานการประชุมเรื่องนโยบายเอ็นจีวีร่วมกับผู้ประกอบการขนส่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน พิจารณาผลศึกษาต้นทุนราคาเอ็นจีวีที่เหมาะสม ตลอดจนปัญหาการใช้บริการเอ็นจีวีของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะจำนวนปั๊มที่ไม่เพียงพอ
4.ทางด้านการเมืองมีประเด็นร้อนต้องตามติดหลายเรื่องหลังศาลรัฐธรรมนูญนัดผู้ร้องคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญมาไต่สวนวานนี้แล้ว เช้าวันนี้ เวลา09.30 น. เป็นคิวของฝ่ายผู้ถูกร้องซึ่งประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) สส.เพื่อไทยฝ่าย ครม.มอบหมายให้นายวรวัจน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นแม่ทัพใหญ่มาพร้อมกับนายอัชฌาพรจารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และทนายความ
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเข้าให้การคำชี้แจงรัฐบาลซักซ้อมวาทะเหมือนข้อความตามเอกสารที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ โดยจะพุ่งเป้าไปที่ผู้ร้องว่าจินตนาการร้ายแรงเกินไปที่กล่าวหาครม.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง จึงต้องติดตามว่าศาลรัฐธรรมนูญจะซักอะไรเพิ่มเติม และจะมีเหตุการณ์อะไรนำไปสู่ประเด็นใหม่ทางการเมืองหรือไม่ ต้องติดตาม
5.แม้นาซาจะประกาศยกเลิกใช้สนามบินอู่ตะเภาไปแล้ว แต่อย่าลืมว่ายังมีอีกหนึ่งโครงการที่รัฐมนตรีไม่อยากพูดถึง นั่นคือโครงการใช้สนามบินอู่ตะเภาจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือHADR ซึ่งน่าสนใจเมื่อจีนเป็นห่วงกรณีHADR จึงต้องตามมาถอดรหัสท่าทีจีนว่ามีกังวลอะไร และจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง
6.กำหนดการอันเป็นมงคลใกล้เข้ามาโดยวันที่ 7 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ทรงเปิดโครงการชลประทาน 5 แห่ง แต่ก่อนที่จะถึงวันสำคัญ วันนี้ กรมชลประทานจะมีการซ้อมใหญ่ในการเฝ้าฯ รับเสด็จให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไฮไลต์เห็นจะเป็นการซักซ้อมการแสดงไตรวิชันหรือการแสดงสื่อผสมเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรในการเปิดเขื่อนและโครงการชลประทานทั้ง5 แห่งบริเวณท่าน้ำกรมชลประทานสามเสนขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน
7.ค่าเยียวยาการชุมนุมทางการเมืองยังแจกจ่ายไม่เสร็จสิ้น โดยวันนี้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดให้ผู้มีสิทธิรับเงินได้รอบที่ 4 และ 5 ทั้งหมด 523 ราย เข้ารับเงินเยียวยา แยกเป็นผู้เสียชีวิต 20 คนเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง 14 คน และเป็นนายทหารที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 4 นาย
8.อีกคดีที่สังคมต้องติดตาม กรณีคดีแพรวา 9 ศพ เมื่อวันที่2 ก.ค. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดไกล่เกลี่ยในคดีระหว่าง น.ส.แพรวา (นามสมมติ)เยาวชนอายุ 18 ปี เป็นจำเลยกับญาติผู้เสียชีวิต จากความผิดฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ปรากฏว่าไม่เป็นที่พอใจ ดังนั้นศาลจึงเลื่อนพิพากษาคดีอีกครั้งในวันนี้คดีนี้จะจบลงอย่างไร







