
ประเด็นร้อน29มิ.ย.
นาซาประกาศผ่านเว็บไซต์ ยกเลิกใช้อู่ตะเภา แต่ฝ่ายค้านและรัฐบาลยังไม่เลิกโทษกันไปมา ใครผิดใครถูกกันแน่ ขณะที่รัฐบาลเดินหน้ารับมือวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปถกผู้ส่งออกวันนี้
นาซาประกาศผ่านเว็บไซต์ ยกเลิกใช้อู่ตะเภา แต่ฝ่ายค้านและรัฐบาลยังไม่เลิกโทษกันไปมา ใครผิดใครถูกกันแน่ ขณะที่รัฐบาลเดินหน้ารับมือวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปถกผู้ส่งออกวันนี้
1.ได้คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะเตะนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ขณะเดียวกัน วันนี้เวลา 14.00 น.ต้องจับตาศาลแพ่งมีกำหนดนั่งฟังคำสั่งคดีจอดำตามที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวังเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นเรื่องต่อศาลแพ่งขอคุ้มครองฉุกเฉินให้มีการแพร่ภาพบอลยูโรทันทีจนกว่าจะหมดรายการ ซึ่งศาลได้ไต่สวนทั้งสองฝ่าย 3 วันเต็ม
2.อีกด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นัดหมายคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันกรณีจอดำในอนาคตจะมีช่องทาง
3.แม้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา)ออกประกาศผ่านเว็บไซต์ ยกเลิกโครงการใช้สนามบินอู่ตะเภาสำรวจสภาพอากาศแล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกลับไม่ลดราวาศอกตอบโต้กันไปมาตามประสาการเมืองไทยแบบเดิมๆนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย หาเหตุเตรียมฟ้องดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ก็จะฟ้องกลับรัฐมนตรี 3 คนในรัฐบาลนี้เช่นกัน จึงทำให้ผู้คนมึนงงสงสัยใครทำให้ชาติเสียหาย งานนี้คงมีการตอบโต้กันไปมาต่อไป ท่ามกลางคำถามประเทศชาติได้อะไร
4.สัญญาณตอกย้ำถอยร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ปะทุอีกระลอกผ่านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างร่วมงานเสวนาทางการเมือง โดยเห็นว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการจัดเสวนาระดมความคิดสร้างความปรองดองก่อน แน่นอนย่อมมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากฝ่ายเห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็น สส.เพื่อไทยบางกลุ่มที่ยังคงต้องการให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดองต่อไป รวมไปถึงฟากคนเสื้อแดง อย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งล่าสุดออกมายืนยันจะยังไม่ยอมถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดองฉบับเสื้อแดง ยิ่งทำให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพภายในพรรคเพื่อไทยแตกออกเป็นหลายทาง
5.ต้องติดตามการทำงานรัฐบาลต่อการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจยุโรป เพราะปัญหากำลังแทรกซึมเข้ามายังภูมิภาคนี้เรื่อยๆซึ่งในไม่ช้าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยแน่ ดังนั้น วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกฯ เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้ส่งออกรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ อาทิ การท่าเรือแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าของไทย และขอให้มีการสนับสนุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศโดยเฉพาะการตั้งศูนย์ฯ ที่ตะวันออกกลาง ยุโรป รัสเซีย และแอฟริกาใต้เนื่องจากอยู่ไกลประเทศไทยพร้อมทั้งผลักดันการส่งออกในตลาดใหม่ โดยการนำผู้ประกอบการออกไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าถ้ารัฐบาลสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวจะเป็นการผลักดันการส่งออกได้มากขึ้น จึงต้องดูท่าทีรัฐบาลจะตอบรับมากน้อยขนาดไหนอย่างไร
6.สมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ จะเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของนายกฯ ทั้งนี้ วันที่ 30 มิ.ย. จะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง จากนั้นจะเสด็จฯ ไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยรัฐบาลจะจัดพิธีเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเป็นทางการบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และจะหารือข้อราชการในเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ
7.ตบท้ายติดตามการทำงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) วันนี้ พ.ต.อ.สีหนาทประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. เป็นประธานการประชุมเรื่องกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าพ.ศ.2555 เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 (1) และ (9) ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
8.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. จัดงาน CEO Forum : บทบาทของ CEO ต่อการสร้างองค์กรที่ยั่งยืนโดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ"ก้าวสำคัญบริษัทจดทะเบียนไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ







