
อดีตกำลังไล่ล่าเรา
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต้องบอกว่า มีความเสี่ยงสูงรออยู่
โดย...ณ กาฬเลาหะวิไลย
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต้องบอกว่า มีความเสี่ยงสูงรออยู่
เมื่อไปย้อนดูประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ หลังเปิดรับเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม รวมถึงเปิดรับทุนจากต่างประเทศ จะพบว่าวิกฤตเศรษฐกิจมักจะมาเยือนในช่วงเวลา 15-20 ปีต่อครั้ง
ไม่ต้องยกตัวอย่างห่างไกล เมื่อปี 2524-2527 ไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจนต้องลดค่าเงินบาท ผ่านไปปี 2540 ก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยใช้ระยะเวลาห่างกัน 13-16 ปี
ในขณะนี้ห่างจากวิกฤตครั้งล่าสุด 15 ปี และน่าจะเข้าสู่วัฏจักรขาลง
ยิ่งเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจลามไปทั่วโลก จากสหรัฐ ไปยุโรปและกำลังจะทำให้เอเชียติดเชื้อ เราจะรอดพ้นกันไปได้อย่างไร ในเมื่อระบบเศรษฐกิจเสรีทุกอย่างในโลกผูกโยงถึงกันหมด
และสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดก็คือตัวเลขการส่งออกของประเทศ โดยตัวเลขในเดือน พ.ค.นี้ แม้จะขยายตัว 7.68% หรือมีมูลค่ากว่า 20,932 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทว่าถ้าไปดูเนื้อในก็จะเห็นข้อเท็จจริงบางประการ
นั่นคือ การส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากแรงส่ง กลุ่มยานยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เป็นหลัก โดยส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 83.5% ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ยังเพิ่มในอัตราไม่มากนัก
ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมยังคงลดลง 5% โดยสินค้าที่ส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวและยางพารา
การส่งออกที่เฟื่องฟูจึงกระจุกตัวเฉพาะสินค้าบางกลุ่มเท่านั้น
ที่สำคัญหากไปนับรวมการส่งออกทั้ง 5 เดือนแรก จะพบว่ายอดการส่งออกยังติดลบ 1.47%
แม้กระทรวงพาณิชย์จะประกาศแล้วประกาศเล่าว่า ยังคงเป้าหมายการส่งออกโดยจะขยายตัว 15% แต่ผ่านไปเกือบครึ่งปี ก็ยังมองไม่เห็นฝั่ง
และการส่งออกนี่แหละจะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญ ชี้เป็นชี้ตายอนาคตเศรษฐกิจก็ว่าได้
ย้อนกลับไปดูวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนใครเพื่อนก็คือการส่งออกมีปัญหา โดยเฉพาะในช่วงปี 2537-2539
ทั้งหมดอันเนื่องมาจากการที่จีนลดค่าเงินหยวน ทำให้สินค้าส่งออกของไทยแข่งขันไม่ได้ จนบางปีในขณะนั้นการส่งออกไม่ขยายตัว หรือขยายตัวเป็นศูนย์ เป็นแรงกดดันแรก ทำให้เกิดปัญหาค่าเงินแข็งเกินไป นำไปสู่การโจมตีค่าเงิน และการล้มลงของโดมิโนทางเศรษฐกิจ
ฉะนั้น ถ้าส่งออกไม่ฟื้นและยังนอนใจ ใช้เงินมันมืออย่างที่เป็นอยู่
วิกฤตมันจะเวียนมาเกิดซ้ำรอยอย่างรวดเร็ว







