
อย่าเอาแต่เปลือก
รัฐบาลแสดงท่าทีให้ความสนใจกับปัญหาวิกฤตยุโรป ถึงกับให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจประชุมติดตามสถานการณ์กันทุกสัปดาห์
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลแสดงท่าทีให้ความสนใจกับปัญหาวิกฤตยุโรป ถึงกับให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจประชุมติดตามสถานการณ์กันทุกสัปดาห์ หรือเรียกได้ว่ามี ฉก.วิกฤตยุโรปขึ้นมาคงไม่ผิดนัก
แต่ทว่าถ้าจะให้ดียิ่งกว่าเดิม ก็ไม่ควรที่จะทำแค่ติดตามวิกฤตยุโรปจะมีผลกระทบต่อไทยอย่างไรบ้างเท่านั้น
เพราะสิ่งที่น่าจะทำอย่างยิ่งก็คือ การหาแนวทางป้องกันไม่ให้เมืองไทยซ้ำรอยเกิดวิกฤตเหมือนยุโรป
ปัญหาวิกฤตยุโรปเกิดขึ้นจากรากฐานประการเดียว คือ การใช้จ่ายเกินตัว
และถือเป็นปัญหาแบบทวินแอ็กชัน เพราะไม่เพียงแต่รัฐบาลใช้จ่ายเกินตัวเท่านั้น แต่ประชาชนก็ถูกชักนำให้ใช้จ่ายเกินตัวเช่นกัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนไล่ตั้งแต่กรีซ อิตาลี สเปน โปรตุเกส ฯลฯ เรียงเป็นตับ
อย่าง กรีซ มีพรรคใหญ่ที่ยึดครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ 2 พรรค คือ พรรค PASOK และพรรคประชาธิปไตยใหม่
ทั้งสองพรรคต่างใช้นโยบายประชานิยมอย่างเต็มพิกัดเพื่อเอาชนะในการเลือกตั้ง และต่างก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แล้วแต่ว่าใครประชานิยมมากกว่าก็ได้เป็นรัฐบาล
จุดสำคัญของเรื่องเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2540 เป็นต้นมา ที่กรีซพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อให้นักลงทุนสามารถกู้เงินในอัตราที่ต่ำลง
แม้กระทั่งการซุกหนี้ เอาหนี้สินสาธารณะไปซุกตามที่ต่างๆ ก็ยอมทำ
แหม...ฟังแล้วคุ้นๆ อย่างไรชอบกล
หลังจากร่วมเป็นสหภาพยุโรปสำเร็จ รัฐบาลกรีซลดภาษีมากมาย ทั้งยังให้สิทธิสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ ตรึงค่าไฟฟ้า ประปา และสาธารณูปโภคอื่นๆ
นอกจากนั้น ยังมีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในกรีซ จนทำให้ชาวกรีกหางานทำไม่ได้ ต้องไปจ้างสัญชาติอื่นมาทำงานแทน
อืมส์ ...คุ้นๆ อีกแล้วใช่ไหม
กรีซ ยังประกาศลงทุนอภิโครงการ คือ การจัดกีฬาโอลิมปิก ทำให้เกิดการจ้างงาน การท่องเที่ยวตามมาในระยะสั้น แต่สิ่งที่ตามมาคือหนี้สินจากการก่อสร้างอันมโหฬาร
เมื่อเงินเอาไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตมากเข้า หนี้สินที่ซุกไว้ก็ต้องระเบิด กลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ
ประชาชนชาวกรีกต้องรับกรรม โดยเฉพาะอาการเสพติดกับประชานิยม ทั้งการเปิดช่องให้กู้หนี้ยืมสิน พักหนี้ เอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน จนปรับตัวไม่ได้
เหล่านี้คือรากฐานปัญหาที่มีจุดตั้งต้นและสะสมจนเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก
แก่นสำคัญของวิกฤตยุโรป จึงน่าจะอยู่ที่การป้องกันต้นตอปัญหาด้วย ไม่ใช่ไปมองเฉพาะเปลือกอย่างผลกระทบระยะสั้นที่เกิดขึ้นเท่านั้น
เพราะเท่าที่ดูแล้ว รัฐบาลนี้แจกแหลก แจกสะบัด เหมือนไปลอกข้อสอบมา
สุดท้ายจะพากันไปลงเหว เลียนแบบกรีซที่เป็นต้นตำรับแบบไม่ผิดเพี้ยน







