บาปนาเว้ย

วันที่ 22 พ.ค. 2555 เวลา 07:42 น.
โดย...สันทัด กรณี

ผมนั่งติดตามกรณีนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ซึ่งไม่ได้รับสิทธิให้เข้าศึกษาต่อชั้น ม.4 ประท้วงผู้บริหาร...ด้วยความสนใจ

กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา เป็นปรากฏการณ์ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อมองย้อนกลับไปอดีตที่ผ่านมาเหตุการณ์อย่างนี้ไม่มีให้เห็น ส่วนใหญ่ยอมจำนนต่อกติกา ต้องหัวซุกหัวซุนวิ่งหาที่เรียนใหม่

ครับ...การต่อสู้ของเด็กนักเรียนบดินทร์และผู้ปกครอง กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ เมื่อเด็กและผู้ปกครองต่อสู้ร้องเรียนในทุกเวที

ร้องเรียนขอความยุติธรรมจากผู้บริหารโรงเรียน จากกระทรวงศึกษาธิการ จากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผลคือการร้องเรียนขอตามแนวทางนี้มีแต่การรับปากว่าจะดูแลให้ แบบขอไปที โดยไม่ได้หมายใจว่าจะช่วยเหลือ ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่งให้เด็กนักเรียน 4 คน อาสาเป็นตัวแทนกระโดด “อดข้าวประท้วง” ที่ทำเนียบรัฐบาล...อิอิ

เด็กไทยเรียนรู้เร็ว ลงมาเล่นในเกมผู้ใหญ่ ดีนะที่ไม่ขู่เผากระทรวง เผาทำเนียบ ฮ่า ฮ่า

อันที่จริงวันนี้ ผมตั้งใจชวนคุยเรื่องคุณทักษิณ (ฮา)

แต่เมื่อได้ฟังผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทร์ และรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ออกมาพูดในเชิงว่า เด็กและผู้ปกครองพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ทำตามกติกา ใช้กำลังกดดันการทำงานเพื่อให้ได้อย่างใจ...ฟังท่านๆ ให้สัมภาษณ์แล้วอดใจไว้ไม่อยู่

ไม่น่าเชื่อนะครับ ผู้ใหญ่ในฐานะผู้บริหารการศึกษา มีสติปัญญาเพียงโทษเด็กโดยไม่ย้อนมองดูตัวเอง ไม่ตั้งสติพิจารณาอะไรคือแรงผลักดันให้เด็กต้องออกมาชนกับท่านด้วยวิธีนี้

ปัญหาที่เด็กออกมาแฉโพย จริงหรือไม่ เด็กที่คะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ประท้วง กลับถูกเรียกตัวได้สิทธิเข้าศึกษาต่อ ทำไมไม่มีคำตอบจากผู้บริหารโรงเรียน และให้คืนเงินแป๊ะเจี๊ยะที่ผู้ปกครองทั้งประเทศจ่ายไป ทำไมทำไม่ได้????

ครับ...สิ่งที่เด็กกำลังเรียกร้อง คือ ความเท่าเทียมทางการศึกษา และได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเป็นธรรม...แค่นี้ให้ไม่ได้หรืออย่างไรเจ๊ปู!

ครับ...ปีที่ผ่านมาในรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ มีการชูธงไม่รับเด็กฝาก ห้ามเก็บแป๊ะเจี๊ยะใต้ดินบนดิน ปรากฏว่าการรับเด็กในปีนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นธรรม

เมื่อถึงรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ คุณสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กลับหน้ามือเป็นหลังเท้า เชิญโซ้ยตามสะดวก โรงเรียนสามารถเรียกรับเงินบริจาคจากผู้ปกครองที่ประสงค์จะให้บุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนของตัวเอง หุหุหุ

วันนี้ เราจึงเห็นการซื้อขายเก้าอี้นักเรียนในโรงเรียนต่างๆ อย่างสนุกสนาน ผู้บริหารโรงเรียนกลายเป็นนักธุรกิจการศึกษา คำว่าโปร่งใสกลายเป็นภาษาที่เลิกใช้ในกระทรวงศึกษาฯ

นี่คือความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ที่เกิดจากรัฐบาลซึ่งโฆษณาชวนเชื่อให้คนหลงเชื่อว่า รัฐบาลนี้คือพระมาโปรด เป็นพระผู้สร้างความเท่าเทียมกัน ความยุติธรรม ไม่มีสองมาตรฐาน

แล้วไงครับ...ลูกคนยากคนจน ไม่ใช่คนหรือไง

เด็กที่เติบโตในสภาพเลวร้าย ทั้งกลุ่มเสียโอกาส ทั้งกลุ่มซื้อโอกาส คุณคิดว่าเมื่อเขาโตขึ้น จะเป็นผู้ใหญ่แบบไหนครับพี่น้องครับ

ทำลายอนาคตคนคนหนึ่งก็บาปหลาย นี่เล่นทลายอนาคตเด็กเป็นแสนเป็นล้าน บาปโคตรๆ เล้ย!