
เจ๊งเท่าเทียม
ค่าแรง 300 บาท จะกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาอย่างหนัก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ค่าแรง 300 บาท จะกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดปัญหาอย่างหนัก
ไม่เพียงแต่ค่าครองชีพจะถีบตัวสูงขึ้นตามค่าแรงเท่านั้น แต่ธุรกิจขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก จะประสบปัญหาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่กระจายตัวอยู่ต่างจังหวัด
และนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี จะต้องถูกกระทบเหมือนกับเคยเขียนด้วยมือแต่กลับลบด้วยเท้าทิ้งไปอย่างฉับพลัน
การปรับค่าแรง 300 บาท รัฐบาลบีบบังคับให้ปรับนำร่องใน 7 จังหวัด ส่วนใหญ่ คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล และภูเก็ต ปรับทันทีเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ส่วนจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ เดือน เม.ย.นี้ปรับขึ้นค่าแรงไปก่อน 40% ปีหน้าให้ขยับเป็นระลอกสองขึ้นจนเต็มเพดาน 300 บาท
ตัวอย่างเช่น อุดรธานี ค่าแรงเดิม 175 บาท ปีนี้ปรับขึ้นเป็น 239 บาท และปีหน้า 300 บาท
หมายความว่าระยะเวลาแค่ปีเศษๆ ต้นทุนค่าแรงของผู้ประกอบการที่อุดรธานีสูงขึ้นทันที 70%
ถามว่าจะมีธุรกิจอะไรที่ทำกำไร มาชดเชยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง
และยิ่งจังหวัดใดค่าแรงถูก จังหวัดนั้นจะได้รับผลกระทบมากสุด
อาทิ พะเยา ค่าแรงเดิม 159 บาท ปีนี้เพิ่มขึ้น 223 บาท และปีหน้าต้องปรับเป็น 300 บาท
หรือค่าแรงที่พะเยาเพิ่มทันทีเกือบ 80%
นี่แหละ มันจะเจ๊งไม่มีหูรูด
เพราะค่าแรงทั่วประเทศจะปรับเพิ่มเท่ากันหมด โดยต่างจังหวัดจะปรับในอัตราที่มากกว่า กทม.
การที่ค่าแรงแต่ละจังหวัดแตกต่างกันมันมีเหตุผล
เริ่มตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา เกิดนโยบายส่งเสริมการลงทุนก็เนื่องจากต้องการดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ
แต่ต่อมาเกิดปัญหาการลงทุนกระจุกตัวเฉพาะ กทม.และปริมณฑลรัฐบาลในอดีตจึงมีนโยบายกระจายการลงทุนไปต่างจังหวัด โดยให้สิทธิพิเศษมากขึ้นและสิ่งที่เป็นแรงจูงใจ
ที่สำคัญยังมีค่าแรงงานที่ถูกเป็นจุดดึงดูดนักลงทุน
ตัวอย่างที่พะเยา อยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนเขต 3 ที่ได้รับมาตรการชดเชยทางภาษีมากสุด และได้มีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปในจังหวัด เพื่อกระจายการลงทุนและเพิ่มการจ้างงาน
แต่ต่อไป นิคมอุตสาหกรรมพะเยาจะเงียบเหงา การลงทุนจะหดหายเพราะค่าแรงแพงเทียบเท่าจังหวัดอื่นทั่วประเทศ
ทำไมนักลงทุนถึงต้องโง่ถ่อสังขารไปลงทุนไกลถึงพะเยา การลงทุนต่างจังหวัดต้องถูกเบือนหน้าหนี ไปหาแหล่งลงทุนใหม่ที่ใกล้กว่าเดิม
ขนาดนักลงทุนขนาดใหญ่ยังเหนื่อย บรรดาธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง จะแบกต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มพรวด 70-80% ในระยะเวลาแค่ปีเศษๆ ได้อย่างไร
ปัญหาค่าแรงจึงไม่ต่างจากการเผาหลอกในปีนี้ และไปเผาจริงในปีหน้า
นี่แหละ สุดยอดผลงานรัฐบาลด้านความเสมอภาค
มีที่ไหนทำให้คนเจ๊งได้เท่าเทียมกันทั้งประเทศ...!!!







