ของแพงอีกรอบ

วันที่ 09 เม.ย. 2555 เวลา 06:49 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ต่อเนื่องหลายวันนี้ มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมถึงกับอึ้งไปหลายหน นั่นก็คือ การเจอกับสภาพข้าวของขึ้นราคาอีกรอบ โดยเฉพาะพวกข้าวปลาอาหาร

เริ่มจากอากาศร้อนจัด ผมก็ชอบกินมะพร้าวน้ำหอมเจ้าประจำ เดิมเคยจ่าย 15 บาทต่อขวด แต่พอไปครั้งใหม่ปรับขึ้นราคาเป็น 18 บาท ไปเรียบร้อย

เสียงที่มาจากแม่ค้าก็คือ ของขึ้นราคา โดยเฉพาะค่าจ้างขึ้นแล้ว ก็ต้องขอปรับราคา

ค่าจ้างปรับ 40% มะพร้าวน้ำหอมก็ขอขึ้น 20%

ต่อไปสิ่งที่ทำได้ก็คือ เลิกกินน้ำมะพร้าวไปกินน้ำเย็นแทน

ถัดมาก็เอารถเข้าอู่เช็กระยะแถวๆ บ้าน

อู่เจ้าประจำเป็นของบริษัทรถยนต์ชั้นนำ และก็ได้รับการแจ้งว่า ครั้งนี้ค่าบริการที่เป็นค่าจ้างคิดชั่วโมงละ 420 บาท แต่ครั้งหน้าขอปรับเป็น 450 บาท

เหตุผลก็อย่างเดียวกันคือค่าจ้างขึ้น ของทุกอย่างขึ้นราคา

ครั้นพอเที่ยงๆ บ่ายๆ หิว ก็ไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำอีก ราคาไม่ขึ้น แต่ปริมาณลูกชิ้น ปริมาณเนื้อ หายหดไป

เรียกได้ว่าเป็นการขึ้นราคาทางอ้อมก็คงได้

นี่แหละสภาพที่กำลังเกิดขึ้นหลังการปรับค่าจ้าง ข้าวปลาอาหาร ค่าบริการต่างๆ ทยอยขึ้น และก็ยังคงขึ้นกันต่อไปไม่สะเด็ดน้ำ

ความจริงการปรับค่าจ้างว่าไปไม่มีใครว่า เพราะเป็นการทำให้แรงงานมีชีวิตดีขึ้น แต่ปัญหาคือปรับพรวดเดียว มันทำให้เกิดอาการช็อกทางเศรษฐกิจ

หากรัฐบาลเลือกจะใช้เวลา 3 ปี ค่อยๆ ปรับค่าจ้างขึ้นไปที่ระดับ 40% จะมีสภาพที่ดีกว่าการปรับพรวดเดียว แล้วบอกว่าอีก 3 ปี จะไม่ปรับอีกเป็นไหนๆ

เพราะมันไม่ต่างกัน การที่อยู่ดีๆ ก็ลุกพรวดให้มาวิ่งแข่งรวดเดียว 400 เมตร ดีไม่ดีหัวใจจะวายตาย สู้ให้ฝึกฝนค่อยๆ วิ่งแข่งทีละ 100 เมตร แล้วค่อยเพิ่มเป็น 400 เมตรก็ได้

เมื่อค่าจ้างขึ้น ต้นทุนก็ต้องเพิ่ม ทางเลือกของผู้ผลิตก็คือการปรับตัวลดต้นทุน กับการปรับราคาสินค้า

สินค้าบางชนิดที่ปรับราคาได้ คนรับเคราะห์คือผู้บริโภค ต้องจ่ายแพงขึ้น เงินในกระเป๋าหดหายไป

แต่สินค้าบางประเภทขึ้นราคาแล้ว ก็จะทำให้ยอดขายสินค้าลดลงอย่างแน่นอน เพราะคนเริ่มไม่ไหว

ธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะขนาดกลาง ขนาดเล็ก ก็ต้องเจ๊ง

แล้วที่น่าเจ็บกระดองใจก็คือ การที่บรรดาผู้มีอำนาจวาสนาบอกว่าของไม่แพง ธุรกิจระดับกลาง ระดับเล็ก ปรับตัวได้แน่นอน

เฮ้อ บ้านเมืองนี้ทำกรรมอะไรไว้หนอ