
ปูสัญจรภูเก็ต
ต้องบอกว่า เป็นครั้งแรกของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ต้องบอกว่า เป็นครั้งแรกของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยกทัพมาประชุม ครม.กันนอกสถานที่ บนเกาะภูเก็ต ระหว่างวันที่ 1920 มี.ค. ซึ่งในทางการเมืองถือเป็นการบุกถิ่นพรรคประชาธิปัตย์
งานนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ของพรรคเพื่อไทย หวังลึกๆ จะตักตวงความนิยมชาวใต้ให้ได้
ทั้งนี้ เหตุผลการเลือก จ.ภูเก็ต จัดประชุม ครม.คราวนี้ เพราะภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ติดอันดับเกาะสวรรค์ระดับโลก “ไข่มุกแห่งเอเชีย” มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รายได้ประชากรที่สูงขึ้น สภาพของสถานที่ที่จัดอยู่ในระดับปลอดภัย เมื่อนำ ครม.มาประชุม ณ ที่แห่งนี้ ยิ่งเป็นการการันตีความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน จ.ภูเก็ต อยู่ติดกับ จ.พังงา ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายนำร่องฐานการเมือง เพราะถ้าย้อนดูศึกชิงพื้นที่ในอดีต ตั้งแต่ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย สามารถนำพา “กฤษ ศรีฟ้า” เบียดเอาชนะ “จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์” น้องชาย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” จากพรรคประชาธิปัตย์ คว้าตำแหน่ง สส.พังงา ได้หนึ่งที่นั่ง เป็นการชนะจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงมาติดตามสถานการณ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามัน และจัดให้มีการประชุม ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต ติดตามการฟื้นฟูแก้ปัญหาสร้างคะแนนนิยมมากโข
การที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เลือกพบปะปราศรัย จ.พังงา และประชุม ครม.สัญจรภูเก็ต ไม่ต่างกับการเดินตามรอยเท้าพี่ชาย หวังว่าจะสร้างโอกาสให้พรรคเพื่อไทยบ้าง
ทั้งนี้ เมื่อดูตามกำหนดการก่อนประชุม ครม.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีการจัดคิวให้นายกฯ ลงพื้นที่ จ.พังงา เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา
ไฮไลต์สำคัญด้วยการให้พบปะกลุ่มสตรี และปราศรัยนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งถือได้ว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นแบรนด์ประจำตัวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปแล้ว ไม่ว่าจะลงพื้นที่ใด จังหวัดใดต้องพ่วงกำหนดการปราศรัยนโยบายดังกล่าวเอาไว้
ไม่แปลกจะได้ยินสำเนียงแหลงใต้ที่เตรียมการมาอย่างดิบดีของนายกฯ ปู ออดอ้อนตามความคาดหมายที่ บีช วิลล่า แอนด์สปา จ.พังงา “อยากจะแหลงใต้ แต่แหลงใต้ไม่เป็น แต่รักพี่น้องคนใต้ทุกคน” ท่ามกลางเสียงปรบมือกลุ่มสตรีจังหวัดอันดามัน ที่มารอต้อนรับ
ในยามที่รัฐบาลตรงข้ามขั้วประชาธิปัตย์ขึ้นมาบริหาร กลุ่มจังหวัดภาคใต้จึงมักถูกเปรียบเปรยเป็นกลุ่มจังหวัดลูกเมียน้อยของการพัฒนา ประจักษ์ชัดจากการลงพื้นที่ตรวจราชการ เป็นไปในลักษณะครั้งคราว โดยมีบรรดารัฐมนตรีเชื้อสายคนใต้เท่านั้นแวะเวียนลงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงมาชิมลางติดตามแก้ปัญหายางพารา โดยไม่นับรวม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ที่ลงมาปฏิบัติภารกิจติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงทำให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาตามภูมิภาคเป็นไปตามฐานการเมือง
เมื่อจัดให้มีการประชุม ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต เช่นนี้ ถ้าไม่อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในลักษณะจ่ายหนักจัดเต็มก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ถือเป็นนาทีทองในการสร้างโอกาสลบครหาไม่ได้เลือกปฏิบัติกับกลุ่มจังหวัดลูกเมียน้อยอีกต่อไป







