
ปาล์ม-เอาไม่อยู่
ปัญหาของแพง เล่นเอารัฐบาลปั่นป่วนพลิกกระบวนท่ารับมือจ้าละหวั่น ล่าสุดที่น่าจับตาคือ ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาของแพง เล่นเอารัฐบาลปั่นป่วนพลิกกระบวนท่ารับมือจ้าละหวั่น ล่าสุดที่น่าจับตาคือ ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด
สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเข้าร้องเรียนกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ปรับราคาน้ำมันปาล์มขวดขนาด 1 ลิตร เป็น 50 บาท จากที่เคยขาย 42 บาท
ทั้งหมดมีการยกข้อมูลว่า ต้นทุนการผลิตเพิ่ม โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 29 บาท เป็น 35 บาท
กระทรวงพาณิชย์สั่งเบรกไม่ให้ขึ้นราคา ด้วยสารพัดเหตุผล
แต่ที่สำคัญสุด หากให้ขึ้นราคาในช่วงนี้ รับประกันรัฐบาลถูกด่าจมหู
กระทรวงพาณิชย์เองเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน และพบว่าสต๊อกเก่าของโรงงานยังมีเพียงพอที่จะจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดได้ 2 สัปดาห์ จึงให้คงราคาเอาไว้เหมือนเดิม
ระหว่างนี้กระทรวงพาณิชย์เตรียมหาทางแก้ปัญหาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ภายใน 1 เดือน ในลักษณะจะนำน้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2.5 หมื่นตัน มาบรรจุขวดขายในราคา 42 บาท
ทั้งหมดเพราะเชื่อว่าแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบ และผลปาล์มดิบจะกลับเข้าสู่ปกติตามวัฏจักรเร็วๆ นี้
โดยเฉพาะเมื่อผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันปาล์มดิบก็จะลดลงมา และน้ำมันปาล์มบรรจุขวดก็จะอยู่ในราคาควบคุมได้เอง
นี่แหละ หลักคิดและเหตุผลที่นำมาใช้แก้ปัญหา
แต่ทว่ามองแล้วมันทำท่าจะยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง
เพราะปัญหาน้ำมันปาล์มไม่ได้อยู่ที่ผลผลิตมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นต่างหาก
หากราคาน้ำมันไม่ลด ราคาน้ำมันปาล์มมีแต่ต้องแพงขึ้น
เพราะน้ำมันปาล์มดิบที่ผลิตได้ จะถูกนำไปผลิตเป็นสินค้า 2 กลุ่มหลัก คือ ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด กับ ผลิตไบโอดีเซล
ราคาไบโอดีเซลในปัจจุบันนี้ สามารถซื้อน้ำมันปาล์มดิบได้ถึงกิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ผลิตปาล์มบรรจุขวดซื้อไม่ได้ เพราะเมื่อนำไปผลิตเป็นปาล์มบรรจุขวดแล้วจะขาดทุน
หากรัฐบาลไปคุมราคาน้ำมันปาล์มขวด น้ำมันปาล์มดิบจะไหลไปผลิตน้ำมันไบโอดีเซลแทน
สุดท้ายน้ำมันปาล์มขวดจะหายไปจากตลาด เกิดสภาพตลาดมืดเหมือนกับที่เคยเกิดในรัฐบาลชุดก่อน
การแก้โดยคุมราคา หรือซื้อเวลามันจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
จะโง่ซ้ำซาก-ฉลาดน้อยซ้ำรอยหรือไม่ น่าติดตามชะมัดยาด







