ไปทางไหน

  • วันที่ 06 มี.ค. 2555 เวลา 06:38 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ในปีนี้ ปัญหาที่ยังวนเวียนอยู่ไม่พ้นน้ำท่วม และการเมืองที่วกไปวนมา จนหวาดผวาจะเกิดความรุนแรง

ทั้งหมด ทำให้ต้องมาตั้งสติให้ดี เราจะก้าวไปทิศไหน

หากยังวนกับปัญหาเดิม รับรองได้เราถูกทิ้งไม่เห็นฝุ่น

เมื่อ 20 ปีก่อนเศรษฐกิจมาเลเซีย สู้ไทยไม่ได้ แต่บ้านเมืองเราก็เข้าสู่ภาวะตีรันฟันแทงตลอดมา ทำให้มาเลเซียแซงหน้าหลายช่วงตัว

ขณะนี้สิ่งที่ต้องวางเป้าหมายก็คือการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ใน 3 ปีข้างหน้า ประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนเร่งสร้างจุดเด่น ดึงดูดเงินลงทุนต่างประเทศ

ในอาเซียน ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม TIP หรือ ไทย-Thailand อินโดนีเซีย-Indonesia และ ฟิลิปปินส์-Philippines โดยหากไม่ระวัง สงสัยโดนแซงอีก

ฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดอันดับจาก ซีเอ็นเอ็นมันนี่ โดยอาศัยข้อมูลจาก เอชเอสบีซี สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกจากอังกฤษ ว่า จะเป็นประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

สาเหตุเนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นชาติที่มีประชากรเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในเอเชีย มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเกือบ 70% ช่วง 40 ปีข้างหน้า โครงสร้างประชากรศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง จะผลักดันเศรษฐกิจให้มีขนาดใหญ่สุดอันดับ 16 ของโลกภายในปี 2593 ก้าวกระโดดขึ้นไปถึง 27 ขั้น

ฟิลิปปินส์ยังส่งออกแรงงานมากสุดในโลก กว่า 9 ล้านคน และส่งเงินกลับบ้านเกือบ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แน่นอน ฟิลิปปินส์ พยายามแก้ปัญหาการเมืองภายใน เพื่อสร้างแรงจูงใจจากต่างประเทศ

ส่วนอินโดนีเซียเศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงในอัตรา 6.5%

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก อย่าง มูดี้ส์ (Moody’s) และฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ปรับอันดับความน่าเชื่อถือให้อินโด นีเซียอยู่ที่ระดับ Baa3 ซึ่งถือเป็นระดับที่ลงทุนได้แล้ว

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินโดนีเซียก็คือ จำนวนประชากรมหาศาลถึง 237.6 ล้านคน มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจาก จีน อินเดีย และสหรัฐ เท่านั้น

ประชากรอินโดนีเซีย 2 ใน 3 มีอายุอยู่ระหว่าง 15-64 ปี จึงเป็นตลาดใหญ่ของสินค้ามากมาย

อินโดนีเซีย ยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม G-20 หรือ 20 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก โดยมีแหล่งพลังงานหลากหลายประเภท

ในปีนี้อินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ 15 ของโลก ที่ขนาดเศรษฐกิจ เกินกว่าระดับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แน่นอน ปัจจัยสำคัญอีกประการก็คือการเมืองที่อินโดนีเซีย พยายามลดข้อขัดแย้งที่มีอยู่

ทั้งอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างมีเป้าหมายดึงดูดนักลงทุน หากใครติดตามสำนักข่าวระดับโลกอย่างซีเอ็นเอ็น หรือบลูมเบิร์ก จะเห็นการโฆษณาของ 2 ประเทศอย่างเต็มที่

แล้วเมืองไทยของเราล่ะ

มีอะไรโฆษณาได้บ้าง !!!