
เชื่อ...ตายแหละ!
ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อจากเมื่อวาน เรื่อง 2 อันธพาลบุกเข้าชกต่อยคุณวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำคณะนิติราษฎร์
โดย...สันทัด กรณี
ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อจากเมื่อวาน เรื่อง 2 อันธพาลบุกเข้าชกต่อยคุณวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำคณะนิติราษฎร์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ตอนนี้ 2 ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวแล้ว หลังจากทราบว่าตำรวจและมหาวิทยาลัยมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน พร้อมส่งคนไปดักซุ่มรอตะครุบตัว
ท่านผู้อ่านคงเห็นคนเถื่อนคู่นี้ สุพจน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี และสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี เป็นคู่แฝด มีรอยสักทั่วร่างกาย อาชีพเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยในสถานบันเทิง
ครับ...ที่ผมรู้สึกทะแม่งๆ เมื่อวาน พอเห็นสภาพปูมหลังและวิธีการของคนเถื่อนคู่นี้ ผมยิ่งมั่นใจว่า ปฏิบัติทรามๆ ชกคุณวรเจตน์ มีเบื้องหลังแหง็มๆ
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ท่านสอบสวนสืบสวนได้ความว่า แฝดคู่นี้ทำร้ายร่างกายคุณวรเจตน์ มีสาเหตุมาจากเรื่องความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 จนก่อเหตุดังกล่าว
ครับ...ผมไม่เชื่อ สิ่งที่ผู้ต้องหาคู่นี้ให้การ
เพราะ...พล.ต.ท.วินัย ยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีสี ไม่แดง ไม่เหลือง ไม่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบประวัติ พบว่า สุพัฒน์ ยังมีประวัติถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายในหลายท้องที่ ทั้ง สน.ดอนเมือง สน.สายไหม และ สภ.ธัญบุรี
และ...ถ้าได้เข้าไปในเฟซบุ๊กของแฝดคู่นี้ ท่านๆ จะได้เห็นแอ็กชันมันๆ ในหลายอิริยาบถ ในท่าเล็งปืนเท่ๆ ทั้งปืนสั้น ปืนยาว เปิดเสื้อโชว์ลายสักทั่วตัว เกาะกรงเหล็กคล้ายคุก เป็นต้น
ครับ...ในความเห็นของผม จากข้อมูลนี้อนุมานเบื้องต้นได้ว่า แฝดคู่นี้ไม่สนใจหรือมีความคิดทางการเมือง
และ...พฤติกรรมพวกแก ที่ดักเฝ้ารอชกคุณวรเจตน์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาหลายวัน มันไม่ใช่พฤติกรรมของคนที่มีอุดมการณ์ทางสังคมหรือการเมือง
อาจเป็นไปได้ที่แกอาจไม่พอใจคุณวรเจตน์ ที่เสนอแนวคิดแก้ไขมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ไม่มีใครพบว่าแกแสดงความเห็นในเรื่องนี้...?
เอ่อ...ในความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว เวลาใครที่ทำเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง หรือเพื่อพิสูจน์ซึ่งความรักศรัทธาไม่ว่าเรื่องใด เมื่อการกระทำบรรลุเป้าแล้ว ผู้กระทำจะประกาศผลยืนยันในอุดมการณ์เพื่อผลทางมวลชน
แฝดคู่นี้ไม่ใช่แน่นอน ดักซุ่มรอชกหน้ามาหลายวัน ชกเสร็จแล้วเผ่น ทั้งที่โทษทำร้ายร่างกายจะว่าไปแล้วไม่ได้หนักหนา แล้วเจ้าตัวก็โดนดำเนินคดีออกบ่อยๆ
พฤติกรรมที่ปรากฏ เหมือนคู่นี้ “รับงานใครมา”
ครับ...น่าสนใจอย่างยิ่ง ตำรวจคิดจะสืบสาวหาตัวคนที่บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ว่า เป็นใคร มีจุดประสงค์แอบแฝงอย่างไรในการจุดประเด็นเพื่อให้เกิดการสั่นคลอน เขย่าแนวคิดแก้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้คลุ้งขึ้นมา หรือต้องการจุดชนวนให้สังคมเร่งเวลาไปสู่การแตกหัก
เฮ้อ! ตำรวจท่านคงไม่สนใจประเด็นพวกนี้เท่าไหร่ มันเหมือนเอาไม้ไปรันขี้...เอ๊ย! เอามือไปซุกหีบ...อิอิ
จึงปล่อยตัวชั่วคราวคู่แฝดไปซะงั้น...ฮ่าๆๆ







