
น่ากลัวกว่าน้ำมันแพง
ราคาน้ำมันกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาใหม่ที่น่าปวดหัวทางเศรษฐกิจ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ราคาน้ำมันกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาใหม่ที่น่าปวดหัวทางเศรษฐกิจ
และเมื่อน้ำมันแพงขึ้น ก็มีหลายประเด็นที่ต้องคิด
ในเดือนม.ค.2555 ไทยนำเข้าน้ำมันถึง 9.6 แสนบาร์เรลต่อวันเพิ่มขึ้นจากธ.ค.2554 ประมาณ 23%
หรือพูดง่ายๆ เริ่มต้นปีใหม่ เราใช้น้ำมันกันมากขึ้น
ส่วนมูลค่านำเข้าน้ำมันเดือนมกราคมอยู่ที่ 105,179 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 26% เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกแพงขึ้น
นี่แหละ มันเป็นปัญหา
เพราะเมื่อสินค้าแพงขึ้น แทนที่จะลดปริมาณการใช้ลงมา แต่กลับใช้น้ำมันกันมากขึ้น จนตัวเลขการนำเข้า เพิ่มขึ้นทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่า
และยิ่งนำมูลค่าการนำเข้าน้ำมันไปเทียบกับการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญ ๆ ของเรา อาทิ การส่งออกข้าว จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน
เดือนมกราคมเช่นกัน เราส่งออกข้าว 3.87 แสนตัน ได้เงินแค่ 7,980 ล้านบาท
หรือการส่งออกข้าวของเรา เทียบไม่ติดฝุ่นกับการนำเข้าน้ำมัน
ยิ่งไปดูตัวเลขส่งออกข้าวปีที่แล้ว จะเป็นภาพชัด โดยปีก่อน เราส่งออกข้าวไป 10.6 ล้านตัน นำเงินตราเข้าประเทศได้ 1.9 แสนล้านบาท
อธิบายได้ง่ายๆ ก็คือเราส่งออกข้าวทั้งปี ได้เงินมาซื้อน้ำมันได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น
โครงสร้างทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนานแล้ว และมีการพูดกันแล้วพูดกันอีก ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขมีไม่มากนัก โดยการหวังจะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น และส่งออกข้าวได้มากขึ้น เพื่อให้มีเงินมานำเข้าน้ำมันคงเป็นได้แค่การฝันกลางวัน
สิ่งเดียวจะทำได้ก็คือการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงาน
ประเด็นสำคัญที่สุด คือ ต้องยกเลิกอุดหนุนพลังงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้มแอลพีจี ก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวี เพราะทำให้โครงสร้างราคาบิดเบือน
แทนที่เมื่อราคาน้ำมันแพงต้องประหยัด ก็กลับกลายเป็นใช้มากขึ้น เนื่องจากได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล
ประชานิยมอะไรก็ทำไป แต่อย่าไปตรึงราคาพลังงาน
มันจะเอาอยู่เฉพาะเวลาสั้นๆ แต่สร้างปัญหาระยะยาวไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ดูสีหน้าท่าทางของรัฐบาลแล้ว หวั่นใจเหลือเกินเหมือนเตรียมสู้ตาย อุดหนุนแบบจ่ายไม่อั้นอย่างไรก็ไม่รู้
ความคิดอย่างนี้แหละ น่ากลัวยิ่งกว่าน้ำมันแพงเสียอีก







