
ประเด็นร้อน20ม.ค.
ไม่มีเรื่องอะไรร้อนแรงเกินการที่สมาคมธนาคารไทยรวมตัวกันคัดค้านการออก พ.ร.ก.โอนหนี้ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จากกระทรวงการคลังไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
เรื่องที่น่าสนใจมากที่สุดทางด้านเศรษฐกิจช่วงนี้ เห็นจะไม่มีเรื่องอะไรร้อนแรงเกินการที่สมาคมธนาคารไทยรวมตัวกันคัดค้านการออก พ.ร.ก.โอนหนี้ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จากกระทรวงการคลังไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยให้ ธปท.ไปหารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มมาจ่ายดอกเบี้ย
1.จับตาความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังที่จะแก้เกมของธนาคารพาณิชย์ที่คัดค้านกฎหมายโอนหนี้ เพราะนโยบายนี้รัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีช่องให้กู้เงินเพิ่มเพื่อมาฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มจนถึงขีดอันตราย
2.เริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบจากภาคธุรกิจไทยที่ทนไม่ไหวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ได้รับจากคำประกาศเตือนภัยก่อการร้ายของสถานทูตสหรัฐอเมริกา จึงน่าติดตามการหารือวันนี้ เวลา 16.30 น. นายจอห์นแมคเคน สว.แอริโซนา และนายโจเซฟลีเบอร์แมน สว.คอนเนกทิคัต เข้าพบหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาแลกเปลี่ยนระหว่างการหารือ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
3.นับเป็นครั้งแรกและครั้งสำคัญที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศแถลง"แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ" ที่นับเป็นแผนแม่บทในการดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอยเหมือนปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ตามข้อเสนอแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาอุทกภัยระยะเร่งด่วน และร่างแผนปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืน (กรณีลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ที่เสนอโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) หลังจากที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แสดงความเป็นห่วงว่าต่างชาติไม่เชื่อมั่นแผนแก้ไขน้ำท่วมของรัฐบาล
4.ชีพจรเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องไปฟังเสวนาของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดงานสัมมนาประจำปีเรื่อง "ถอดรหัส GDP ปี 55" ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาภิเษกโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง "มุมมองเศรษฐกิจปี 55"
นอกจากนี้ ยังมีนายกิตติรัตน์ ณระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังนายนานดอร์ วอน เดอ ลู ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย นายพยุงศักดิ์ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมงานด้วย
5.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ แถลงตัวเลขส่งออกเดือนธ.ค. 2554 และสรุปภาพรวมการส่งออกปี 2554 โดยคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายได้ตามเป้าหมาย 15% ในขณะที่แนวโน้มการส่งออกในปี 2555 คงต้องจับตามองว่าจะมีการปรับเป้าหมายการส่งออกหรือไม่ หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปอย่างหนัก
6.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย (กระทรวงอุตสาหกรรม) และผู้แทนจากรัฐบาลญี่ปุ่น (JETRO) ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติหลังเกิดวิกฤตมหาอุทกภัย ในพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่าง 304 Industrial Park และนักลงทุนชาวญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัท แคนนอน (ไทยแลนด์) ที่เดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อ
7.ข้อเสนอให้แก้มาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ยังคงร้อนต่อเนื่อง วันนี้ เวลา 10.00 น. นายคารมพลทะกลาง ทนายความเสื้อแดง ในฐานะประธานสมาพันธ์นักกฎหมายประชาธิปไตยเพื่อสังคม เตรียมแถลงข่าวที่โรงแรมเอสซีปาร์ค มีข้อเสนอใหม่แตกต่างจากคณะนิติราษฎร์ แว่วว่าไม่ต้องแก้มาตรา 112 แต่ให้เพิ่มอีก 1 มาตรา ใครใช้ประเด็น 112 มากลั่นแกล้งทางการเมืองให้มีความผิด นอกจากนี้ จะแถลงถึงข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
8.เช้าวันนี้ สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงานใหญ่ประจำปี "สัมมนาเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทย ประจำปี 2555" ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ โดยนายวรพลโสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "อนาคตตลาดทุนไทย ในมุมมองของ ก.ล.ต."พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองผู้บริหารแวดวงเศรษฐกิจและตลาดทุนในประเด็นอนาคตของตลาดทุนไทยและการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในการเสวนาหัวข้อ "ตลาดทุนไทย จะแข่งอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า" โดยมีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใหญ่เข้าร่วมงานคับคั่ง
9.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นการประชุมเพื่อร่างหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพรวมถึงเรื่องพิจารณาอื่น เช่น การจัดถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชนการเชิญข้าราชการและบุคคลสำคัญไปในงาน เป็นต้น







