
คิดดูหน่อยเถอะ
วันนี้ต้องขอวกเรื่องน้ำท่วมสักครั้งเพราะชาวบ้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
วันนี้ต้องขอวกเรื่องน้ำท่วมสักครั้งเพราะชาวบ้านกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่ใช่เรื่องน้ำท่วม แต่เป็นเรื่องเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท
สาเหตุเนื่องจากการไปกำหนดเงื่อนไขแสนจะวุ่นวาย อาทิ คนที่จะมาขอเงินช่วยเหลือต้องถ่ายรูปบ้านที่ได้รับความเสียหายมาด้วย
ถามจริงๆ เถอะ ใครจะมีปัญญาเข้าไปถ่ายรูปได้หมด
บางคนย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ไปหาที่พักพิงชั่วคราว ไม่กลับบ้าน การกำหนดเงื่อนไขต้องถ่ายรูปก็คือการบังคับให้ต้องตาลีตาเหลือกกลับบ้าน ไม่เช่นนั้นน้ำไปแล้วจะไปถ่ายอะไรให้เห็น
มันไม่ถือเป็นการซ้ำเติมทุกข์เคราะห์กรรมให้คนน้ำท่วมหรอกหรือ
นอกจากนั้น ลองไปดูได้ แต่ละเขตมีสภาพเหมือนปลากระป๋อง คนแห่ไปยื่นขอเงินชดเชย บางเขตคนเดือดร้อนหลายหมื่นคน แต่เจ้าหน้าที่มีมารับเรื่องราวหยิบมือเดียว
สำนักงานเขตหลายแห่งน้ำก็ท่วม สภาพไม่แตกต่างกับคนน้ำท่วมต้องลุยน้ำไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขต อนาถใจ
คำถามก็คือ ทำไมไม่หาทางให้คนยื่นอย่างสะดวก กระจายออกไป ไม่ต้องมะรุมมะตุ้มที่เขต
ตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนอยู่ในระบบฐานภาษี ทำไมไม่เปิดเงื่อนไขว่า สามารถเอาเงิน 5,000 บาท ไปลดหย่อนกับภาษีที่ต้องจ่ายตอนสิ้นปีได้
วิธีนี้ก็เหมือนกับการยื่นหลักฐานขอลดหย่อนภาษีอื่นๆ โดยผู้ประสบภัยเพียงแค่ยื่นหลักฐานน้ำท่วมเพิ่มเติม อาทิ เลขที่บ้านคำรับรองจากคณะกรรมการหมู่บ้าน หรือถ้ามีภาพถ่ายน้ำท่วมความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ให้แนบไปที่สรรพากรได้ทันที
สรรพากร ก็ควรได้รับการโอนอำนาจในการพิจารณา โดยจะมีสิ่งแวดล้อมประกอบก็คือการประกาศเขตภัยพิบัติของ กทม. รวมไปถึงสำนักงานสรรพากรแต่ละเขตก็ย่อมรู้สภาพในพื้นที่ดีว่าน้ำท่วมหรือไม่ท่วม
นี่แหละ จะทำให้คนไม่ต้องฮือไปแปรสภาพเป็นปลากระป๋องในสำนักงานเขต โดยเฉพาะคนที่น้ำท่วมบ้านจริง แต่มีเงินสำรองพอเพียง ไม่ต้องไปเร่งยื่นขอเงินชดเชย ก็เอาเงินตัวเองไปซ่อมแซมก่อน แล้วค่อยไปยื่นขอในภายหลังในรูปการคืนภาษี
ลองคิดดูเถอะ มันดีกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า







