
มือปราบหมูแพง
ออกตัวแรงสำหรับกรมการค้าภายใน หลังประกาศราคาควบคุมหมูทั้งระบบทั่วประเทศ และถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายมาตรวจจับจริง หากใครขายสุกรไปจนถึงเนื้อหมูเกินราคาควบคุม จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ออกตัวแรงสำหรับกรมการค้าภายใน หลังประกาศราคาควบคุมหมูทั้งระบบทั่วประเทศ และถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายมาตรวจจับจริง หากใครขายสุกรไปจนถึงเนื้อหมูเกินราคาควบคุม จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
เบื้องหลังมาตรการเข้มงวดรอบนี้ ได้รับการร่วมผลักดันโดยผู้บริหารหญิงเหล็ก “วัชรี วิมุกตายน” อธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงพาณิชย์ รับราชการที่นี่มากว่า 30 ปี รวมทั้งรู้เล่ห์เหลี่ยมพ่อค้าทุกด้าน เพราะพื้นฐานครอบครัวมีธุรกิจโรงสีเป็นของตัวเอง
หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปี 2518 ได้เข้าทำงานที่กรมการค้าภายใน ปี 2519 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบที่กองข้าวได้ 1 ปี ก็ไปศึกษาต่อที่นิด้าอยู่ 2 ปี จากนั้นก็กลับมาอยู่ที่ฝ่ายวิเคราะห์ราคา และทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปัจจุบัน
ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามลำดับ จนมานั่งตำแหน่งรองอธิบดีกรมการค้าภายใน เมื่อปี 2549 จากนั้นถูกโยกไปนั่งตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ในปี 2552
จนมาเมื่อปี 2553 พรทิวา นาคาศัย ซึ่งเป็น รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น มีคำสั่งแต่งตั้งฟ้าผ่าโยกย้ายข้าราชการระดับซี 10 ใน 2 ตำแหน่ง คือ อธิบดีกรมการค้าภายใน และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ด้วยเหตุไม่พอใจผลงานที่ผ่านมา
จากนั้นตั้ง วัชรี ขึ้นเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน แม้จะมีเสียงวิพากษ์ว่าเป็นตำแหน่งส้มหล่น
ทว่า ถ้าดูจากความตั้งใจและผลงานที่ผ่านมา น่าจะลบคำครหานี้ได้ โดยเฉพาะล่าสุดกล้าชนกับพ่อค้า จับกุมผู้ที่ขายสุกรไปจนถึงเนื้อหมูเกินราคา







