
ศักดินาโมเดล
ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงกันมาก วันนี้ขอสวมวิญญาณเนวิเกเตอร์แบบ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์” พาเดินป่าเสาะหาความจริงนายทุนรุกป่าสงวนเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว โคราช ที่กำลังฮึ่มฮั่มกันอยู่เวลานี้
ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงกันมาก วันนี้ขอสวมวิญญาณเนวิเกเตอร์แบบ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์” พาเดินป่าเสาะหาความจริงนายทุนรุกป่าสงวนเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว โคราช ที่กำลังฮึ่มฮั่มกันอยู่เวลานี้
คำพูดประโยคหนึ่งของ สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ รำพันกับนักข่าวว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือกวาดล้างขบวนการรุกป่าวังน้ำเขียวจริงๆ จังๆ เสียที เพราะนับวันผืนป่าก็ยิ่งถูกเขมือบมากขึ้นเรื่อยๆ
ฟังแล้วนึกเห็นใจในความมุ่งมั่น อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ดีแต่พูด หรือพูดแล้วไม่ทำ เพราะวันนี้ทีมงานป่าไม้ได้บุกตะลุยปักป้ายเตือนเจ้าของรีสอร์ตทั้งหลายกันจะจะแล้ว หากปฏิบัติการ “วังน้ำเขียวโมเดล” ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใครหรือรับใบสั่งจากใคร ก็ต้องขอเอาใจช่วยให้ภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เพื่อเป็นต้นแบบการทวงคืนผืนป่าในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
หลังผืนป่าวังน้ำเขียวถูกโหมประโคมกันว่าเป็นแหล่งโอโซนติดอันดับโลก ขุมทรัพย์ทำเลทองแห่งนี้ก็ถูกแปรสภาพไปเป็นของนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่จากชาวบ้าน สร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ โกยกำไรเข้ากระเป๋าปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
แม้แต่ พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ยังยอมรับด้วยซ้ำว่า กว่า 70% ของธุรกิจท่องเที่ยวเหล่านี้ ผิดเต็มประตู แต่ก็ขอเรียกร้องความเห็นใจแก่ผู้ประกอบการ เพราะเป็นผู้สร้างความอู้ฟู่ศิวิไลซ์ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่
แต่สิ่งที่พงษ์เทพยังไม่ได้พูดถึงก็คือ เม็ดเงินที่แพร่สะพัดนั้นถูกนำไปบำรุงบำเรอคนเพียงไม่กี่กลุ่มหรือไม่ ทั้งยังต้องแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรท้องถิ่น และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวที่ไม่อาจตีเป็นมูลค่าได้
เช่นนี้แล้วก็ไม่ต่างอะไรไปจากการทำนาบนหลังคน และยิ่งตอกลิ่มให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง
ว่าไปแล้ว ประเด็นเรื่องความอยุติธรรม สังคมสองมาตรฐาน ความเหลื่อมล้ำระหว่างไพร่สถุลกับเจ้าขุนมูลนาย เป็นสิ่งที่กลุ่ม “คนเสื้อแดง” เคยออกมาเรียกร้องทวงถามมาโดยตลอด แต่เอาเข้าจริงก็ไม่เคยแสดงบทบาทตามอุดมการณ์ที่ประกาศไว้
หากคนเสื้อแดงหวังอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างการถือครองที่ดินนับเป็นหัวใจสำคัญพื้นฐานในการสังคายนาสังคมให้เกิดความเท่าเทียมได้ประการหนึ่ง
“โฉมหน้าศักดินาไทย” 1 ใน 100 หนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน ที่เขียนโดย จิตร ภูมิศักดิ์ ให้นิยามคำว่า “ศักดินา” ไว้แจ่มชัด โดยถอดความหมายตามรูปศัพท์ว่า “อำนาจในการครอบครองที่ดินอันเป็นปัจจัยสำคัญในการทำมาหากิน” และโดยความหมายในเชิงการเมืองแล้วมันยังหมายรวมไปถึง “อำนาจและอิทธิพลของมนุษย์ที่มีมากหรือน้อยตามขนาดหรือปริมาณของที่ดินอันเป็นปัจจัยสำคัญในการทำมาหากิน”
ที่สำคัญ อำนาจและอิทธิพลที่ว่านั้น มันยังเป็นตัวกำหนดรูปแบบของชีวิตว่า ใครคือเจ้าขุนมูลนาย หรือใครเป็น “เลก” ใครเป็น “ไพร่”
ตราบใดการประกาศสงครามชนชั้นของคนเสื้อแดงยังข้ามไม่พ้นวังวนการเมืองน้ำเน่าไปได้ สุดท้ายตั้งรัฐบาลเสร็จก็หนีไม่พ้นไพร่ที่พยายามถีบเป็นอำมาตย์หน้าใหม่ แล้วกดขี่ไพร่คนที่เหลือต่อไปเป็นทอดๆ







