
ยูเร้ก้าาา
ดีครับดี เริ่มเข้าท่าเข้าทางมากขึ้นแล้วครับ จะมีใครถ้าไม่ใช่ คุณปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี
ดีครับดี เริ่มเข้าท่าเข้าทางมากขึ้นแล้วครับ จะมีใครถ้าไม่ใช่ คุณปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี
ตอนนี้เลิกหลบหน้าหลบตา และเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชนใหม่ หลังจากเล่นเก็บตัวเงียบ เก็บปากเก็บคำ ซึ่งผมกล่าวถึงข้อเสียไปแล้วเมื่อวานนี้ว่า
เชื่อผมเหอะ เลือกเดินบนเส้นทางการเมืองแล้ว จะมัวเป็นนางอาย จัดตัวเองให้อยู่ในสภาพไข่ในหินไม่ได้หรอกครับ ขืนทำอย่างนั้น จะเสียหายต่อตัวคุณยิ่งลักษณ์เอง
ครับ...การแสดงความเห็น หรือให้ความกระจ่างต่อสาธารณะ เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของนายกรัฐมนตรี แม้ว่าคุณปูยังอยู่ในสภาวะว่าที่นายกรัฐมนตรี นั่นก็หาได้มีความแตกต่างแต่อย่างไรไม่ ซ้ำยังต้องแสดงให้สังคมมั่นใจเสียยิ่งกว่า
ชาวบ้านจะได้อุ่นใจว่า “เลือกไม่ผิด”...ว่ามั้ย?
อย่างไรก็ตาม การแสดงความเห็นอะไรต่อมิอะไร ต้องมีเนื้อหาสาระที่สามารถขับไล่ความอึมครึมต่างๆ นานาด้วย ไม่ใช่สักแต่ให้พ้นๆ ตัวไป กลายเป็นว่า ชาวบ้านมึนกว่าเดิม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครับ...คุณยิ่งลักษณ์ ออกมาพูดคุยในครั้งหลังสุดนี่ ได้ทำให้สังคมกระจ่างชัดมากขึ้นทีเดียว โดยเฉพาะนโยบาย ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ตามที่เธอได้นำไปประกาศในทั่วทุกหนทุกแห่งว่าทำทันที
คุณยิ่งลักษณ์ ยืนยันครับว่า ทุกนโยบายของพรรคที่ประกาศไว้สามารถทำได้จริง เพราะมีการศึกษามาอย่างรอบคอบในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
ไชโย ไชโย ผมจดไว้ข้างฝาห้องทำงานแล้วครับ
พรรคเพื่อไทยศึกษามาอย่างรอบคอบ ทำได้จริง!
จุ๊ จุ๊ อย่าเพิ่งดีใจไชโยไปกับผมเชียวนะครับ เพราะคุณยิ่งลักษณ์ เธอมีสร้อยต่อไปว่า แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงบริษัทเอกชนในเรื่องของผลกระทบ
อ้าวว...ไหงว่าศึกษามาอย่างรอบคอบว่าทำได้งัย?
“ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเข้าไปหารือกับทุกภาคส่วนเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้าย ก็ต้องหารือ กับ ผู้ที่เกี่ยวข้อง คงจะไม่สามารถบอกว่าเป็นแนวทางปฏิบัติทันที เราจะหารือร่วมกัน และต้องเป็นแนวทางที่เห็นชอบร่วมกัน ยืนยันว่า นโยบายสามารถทำได้จริง เพราะมีการคำนวณและศึกษามาระดับหนึ่งแล้ว”
คำพูดของคุณยิ่งลักษณ์ ในเที่ยวนี้เยี่ยมมากครับ!
เยี่ยมตรงไหน?...เยี่ยมตรงที่ว่าคุณยิ่งลักษณ์ มีพัฒนาการจนพูดจาภาษานักการเมืองได้เยี่ยมยอด
ภาษาของนักการเมือง คือ พูดอะไรก็ได้ที่ตัวเองได้ประโยชน์ และพูดอะไรก็ได้โดยไม่เอาตัวเองเข้าไปรับผิดชอบในสิ่งที่พูดออกจากปาก
ครับ...งงมั้ยครับ...ศึกษามาแล้ว ทำได้จริง “แต่” ต้องหารือกับทุกฝ่าย ไม่สามารถบอกเป็นแนวทางปฏิบัติได้ทันที “แต่สุดท้าย” ต้องหารือกับ “ผู้ที่เกี่ยวข้อง”...งงมั้ยครับ พี่น้องครับ!
กราบขอร้องท่านผู้แทน ช่วยอธิบายให้ผมตาสว่างด้วยเถิดครับ ถือเสียว่าสร้างบุญสร้างกุศล...จริงนาเปล่าอำ
กระพ้มนั้น ทดลองแปลอยู่พรรคใหญ่ อาศัยทฤษฎีจากนิยายเรื่อง ดาวินชีโค้ด ค่อยคิดออกเลาๆ...อาจใช่ ฮี่ ฮี่
อืมมม...เอ่อ...พ้มนำชื่อ คุณทักษิณ ไปแทนคำว่า ผู้เกี่ยวข้อง อะครับ...ยูเร้ก้าาาาา...ลาล่ะครับฟิ้ววววส์







