
สต๊อกสูงยังหลอน! ซีอีโอ DELTA เปิดไพ่เด็ด ออเดอร์ AI ยาวถึงปี 70 ปักธง Liquid Cooling ขุมทรัพย์ใหม่
DELTA ร่วงต่อ! หลุด 200 บาท ก่อนปิดกลับมายืน 204 บาท ฉุดหุ้นไทยดิ่งหนัก 20.31 จุด แตะ 1,524.29 จุด หลังประกาศกำไรเดลต้าต่ำกว่าตลาดคาด 14% เซ่นต้นทุนวัตถุดิบและตั้งสำรองสินค้าคงคลัง สวนทางออเดอร์ AI-Data Center แข็งแกร่ง "วิคเตอร์ เจิ้ง" CEO ยันคำสั่งซื้อล่วงหน้ายาวถึงไตรมาส 3/2570 จับตาไตรมาส 4/2569 เร่งส่งมอบสินค้าทำสถิติสูงสุดของปี พร้อมลุ้น Liquid Cooling ขึ้นแท่นดาวรุ่งปีหน้า ด้าน 3 โบรกแนะซื้อ เคาะเป้าสูงสุด 320 บาท
KEY
POINTS
- DELTA ร่วงต่อ! หลุด 200 บาท ก่อนปิดกลับมายืน 204 บาท ฉุดหุ้นไทยดิ่งหนัก 20.31 จุด แตะ 1,524.29 จุด
- หลังประกาศกำไรเดลต้าต่ำกว่าตลาดคาด 14% เซ่นต้นทุนวัตถุดิบและตั้งสำรองสินค้าคงคลัง สวนทางออเดอร์ AI-Data Center แข็งแกร่ง
- "วิคเตอร์ เจิ้ง" CEO ยันคำสั่งซื้อล่วงหน้ายาวถึงไตรมาส 3/2570 พร้อมลุ้น Liquid Cooling ขึ้นแท่นดาวรุ่งปีหน้า
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เปิดตลาดที่ระดับ 199 บาท ก่อนอ่อนตัวลงแตะจุดต่ำสุด 198 บาท
จากนั้นแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้ราคาฟื้นขึ้นมายืนที่ 204 บาท ลดลง 17 บาท คิดเป็น -7.69% มูลค่าการซื้อขาย 7,660.90 ล้านบาท
คาดสะท้อนภาพประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 7,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และ 27.7% จากไตรมาสก่อน (QoQ) รายได้เร่งตัวได้ดีขึ้น หลังสามารถจัดหาซัพพลายเออร์รายใหม่เข้ามาสนับสนุนการผลิตทำให้การส่งมอบสินค้ากลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง
ภาพรวมการลงทุนด้าน AI ยังคงขยายตัวและมีความต้องการแข็งแกร่ง ส่งผลให้ธุรกิจ Power Electronic และ Infrastructure เติบโตได้ดี โดยผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center มีสัดส่วนสูงถึง 57% ของยอดขายรวม ด้าน GPM อยู่ที่ 27.3% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
โดยได้รับแรงหนุนจาก Product Mix ที่ดีขึ้นและประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรยังมีข้อจำกัดจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการตั้งค่าเผื่อสินค้าคงคลัง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรดังกล่าวยังต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์และตลาดถึง 14% สาเหตุสำคัญมาจากการตั้งสำรองสินค้าคงคลังที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ แม้ยอดขายและความต้องการสินค้าในตลาด AI จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
โจทย์สำคัญของ DELTA ในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงการคว้าโอกาสจากกระแส AI ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก แต่เป็นการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนวัตถุดิบ และสินค้าคงคลังให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
ออเดอร์แน่นยาวถึง Q3/70
นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DELTA เปิดเผยในงาน Earnings Call ในช่วงที่ผ่านมาว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2569 จะเป็นช่วงที่ธุรกิจมีปริมาณการผลิตและการส่งมอบสินค้าสูงที่สุดของปี โดยคาดว่ามูลค่าราคาวัตถุดิบจะยังทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2569 แต่ไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้มากไปกว่านี้
บริษัทคาดหวังว่าการเร่งกำลังการผลิตและส่งมอบสินค้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนและสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันได้บางส่วน
ประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักมากกว่าตัวเลขกำไรระยะสั้น คือ สัญญาณความต้องการสินค้าจากลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งผู้บริหารยืนยันว่า ยังไม่พบสัญญาณการชะลอตัวของคำสั่งซื้อ โดยบริษัทมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่มองเห็นได้ประมาณ 1 ปี และสามารถประเมินแนวโน้มความต้องการต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3/2570
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าอุตสาหกรรม AI และ Data Center ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของ DELTA โดยเฉพาะความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบประมวลผลที่เพิ่มขึ้นตามการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์และผู้พัฒนา AI ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยอมรับว่า แม้ทิศทางธุรกิจยังเติบโต แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรยังมีข้อจำกัดจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไป
Power Solution ยืนหนึ่ง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีในธุรกิจ Data Center Infrastructure โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ ซึ่งมีความต้องการด้านระบบพลังงานและการออกแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น
ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์ม GPU รุ่นใหม่อย่าง Vera Rubin 200 Series ซึ่งมีข้อกำหนดด้าน Power Design และคุณลักษณะการใช้พลังงานแตกต่างจากเทคโนโลยีเดิม ขณะเดียวกันกลุ่ม Hyperscaler ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของตนเอง ทำให้ความต้องการโซลูชันด้านพลังงานมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบ GPU Cluster ทั่วไป
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสให้ DELTA พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่หลากหลายขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เพิ่มความซับซ้อนในการวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบและบริหารสินค้าคงคลัง
เนื่องจากแต่ละโครงการมีจังหวะการดำเนินงานแตกต่างกัน บางโครงการอาจเลื่อนกำหนดการ ขณะที่บางโครงการเร่งส่งมอบเร็วกว่าคาด บริษัทจึงจำเป็นต้องสำรองวัตถุดิบล่วงหน้าให้เพียงพอ ส่งผลให้สินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับสูง และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
Liquid Cooling ดาวรุ่งปี 70
นอกจากระบบพลังงานสำหรับ Data Center แล้ว อีกหนึ่งธุรกิจที่ DELTA กำลังจับตาคือระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นตามการประมวลผล AI ที่ใช้พลังงานสูงและสร้างความร้อนมากขึ้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ยังมีสัดส่วนรายได้เพียงระดับตัวเลขหลักเดียวของรายได้รวมในปี 2569 แต่บริษัทคาดว่าในปี 2570 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตามความต้องการระบบระบายความร้อนที่รองรับ Data Center ยุคใหม่
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ในระดับสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัท แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่จึงยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาความเชี่ยวชาญและเรียนรู้กระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับผลตอบแทนในระยะยาว
ส่วนประเด็นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯนั้นไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท เนื่องจากมีสภาพคล่องและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง สามารถรองรับการลงทุนและการเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจส่งผลทางอ้อมต่อลูกค้าบางกลุ่มที่ต้องจัดหาเงินทุนเพื่อพัฒนา Data Center
ปม Vicor ยังไม่จบ เดินหน้าสู้คดีสิทธิบัตร
อีกประเด็นที่ตลาดติดตามคือข้อพิพาททางกฎหมายด้านสิทธิบัตรกับกลุ่ม Vicor ซึ่งได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USITC) เพื่อให้สอบสวนกรณีละเมิดสิทธิบัตรอีกชุดหนึ่งที่แตกต่างจากข้อพิพาทเดิม
ผู้บริหารชี้แจงว่า DELTA ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ แต่ยังมีผู้ประกอบการรายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะเดียวกันบริษัทได้ดำเนินการฟ้องร้องกลับในประเด็นการละเมิดสิทธิบัตรบางส่วนเช่นกัน โดยขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ระหว่างดำเนินการและต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป
สำหรับข้อพิพาทครั้งก่อน บริษัทได้ยุติข้อพิพาทผ่านการเจรจาในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ส่วนคดีล่าสุดยังไม่มีข้อสรุป
3 โบรกเชียร์ซื้อ กำไร Q4 ฟื้น
แม้กำไรไตรมาส 3/2569 จะต่ำกว่าคาด แต่โบรกเกอร์ยังให้น้ำหนักกับการเติบโตของธุรกิจ AI และ Data Center ในระยะยาว โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่ยังแข็งแกร่ง
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” DELTA ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 320 บาท อิง P/E 90 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในอดีตของ DELTA บวก 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
KGI มองว่าคำสั่งซื้อของบริษัทยังแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3/2570 สอดคล้องกับมุมมองของทีมวิจัย KGI Taiwan ที่ประเมินว่ายอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกจะเติบโต 21% ในปี 2569 และ 25% ในปี 2570
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของสหรัฐฯ (CSPs) ที่เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาโมเดล AI ทั้งในด้านการฝึกฝนโมเดลและการนำ AI ไปใช้งานจริง โดยคาดการณ์งบลงทุน (CAPEX) ของกลุ่มดังกล่าวจะเติบโต 79% ในปี 2569 และ 34% ในปี 2570
อีกทั้งคาดว่ายอดขายไตรมาส 4/2569 จะเติบโตแข็งแกร่ง หลังยอดขายในช่วงไตรมาสปัจจุบัน (QTD) ขยายตัวในระดับสองหลัก หากเป็นไปตามเป้าหมาย ยอดขายไตรมาส 4 จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าสมมติฐานของ KGI ที่ 8,167 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 13%
แต่อัตรากำไรยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานตึงตัว บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มการสำรองวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ ประกอบกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่ทำให้ต้องใช้วัตถุดิบหลากหลายขึ้น จึงมีความเสี่ยงต่อการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม
แม้ยอดขายไตรมาส 4 ที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้บริษัทกลับรายการสำรองสินค้าคงคลังได้บางส่วน แต่ก็อาจถูกหักล้างจากการตั้งสำรองรายการอื่น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีโอกาสฟื้นตัวจำกัดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ด้วยเหตุนี้ DELTA จึงปรับลดเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นปี 2569 จากเดิม 30% เหลือ 29% ขณะที่ KGI ประเมินไว้ที่ 29.6%
KGI คาดว่ากำไรไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายที่แข็งแกร่ง และมองว่ากำไรจากธุรกิจหลักในช่วง 9 เดือนแรกคิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรทั้งปี ทำให้ยังมีโอกาสที่ผลประกอบการปี 2569 จะเป็นไปตามคาด โดยยอดขายที่เติบโตจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอได้บางส่วน
นอกจากนี้ DELTA ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการยกระดับเทคโนโลยีในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า 800V HVDC รวมถึงโอกาสในการเจรจาปรับราคากับลูกค้า ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยช่วยประคองอัตรากำไร
UOBKH ชี้จังหวะทยอยสะสม
บล.ยูโอบี เคย์ เฮียน ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของยอดขาย DELTA ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 280 บาท
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นจากความไม่แน่นอนในการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง อาจกลายเป็นโอกาสในการทยอยสะสม เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนความเสี่ยงจากอัตรากำไรที่อ่อนแอและการฟื้นตัวที่ล่าช้ากว่าคาดไปแล้ว
ส่งมอบ AI-Data Center ตัวเร่งQ4
บล.ฟิลลิป ประเมินแนวโน้มผลประกอบการ DELTA ในไตรมาส 4/2569 จะปรับตัวดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยการจัดส่งสินค้ามีแนวโน้มทำได้ดีขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่สร้างรายได้สูงที่สุดของปี จากการเร่งส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ
การฟื้นตัวของ GPM ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ Product Mix มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและภาวะขาดแคลนวัตถุดิบทั่วโลก (Global Material Shortage) ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องกักตุนสินค้าเพื่อรองรับกระบวนการผลิตและการส่งมอบตามคำสั่งซื้อ
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น QoQ จากต้นทุนค่าขนส่งและค่า Royalty ที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับช่วงปลายปี บริษัทมีแผนเจรจากับทั้งคู่ค้าและซัพพลายเออร์ โดยประเมินว่าต้นทุนวัตถุดิบจะยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2570 และบริษัทอาจสามารถผลักภาระต้นทุนดังกล่าวไปยังลูกค้าได้เพียงบางส่วน
สถานการณ์สินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงยังมีแนวโน้มต่อเนื่องอีก 1-2 ไตรมาส เนื่องจากบริษัทต้องกักตุนวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ ขณะที่ลูกค้าบางส่วนชะลอการดึงสินค้าจาก Hub
ประกอบกับวัตถุดิบบางประเภท เช่น หน่วยความจำ (Memory) ยังอยู่ในภาวะขาดแคลน และการเปลี่ยนผ่านไปสู่การออกแบบระบบที่รองรับ GPU รุ่นใหม่ ทำให้บริษัทต้องบริหารสินค้าคงคลังในระดับสูงต่อไป
ลุ้นกลับรายการสำรองหนุนปี 70
บล.ฟิลลิป ประเมินว่ากำไรของ DELTA ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569 แต่ราคาหุ้นอาจยังไม่โดดเด่นในระยะสั้น เนื่องจาก GPM ฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า และยังมีความเสี่ยงจากการตั้งค่าเผื่อสินค้าคงคลัง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์การกักตุนสินค้าจะเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ไตรมาส 1/2570 เป็นต้นไป ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงคลังในไตรมาสที่สามารถส่งมอบสินค้าได้
ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนให้ GPM และกำไรปรับตัวสูงกว่าระดับปกติได้ในช่วงที่มีการกลับรายการสำรอง โดยฟิลลิปมองว่าเป็นวัฏจักรธุรกิจที่เคยเกิดขึ้นกับ DELTA มาแล้ว จึงแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาจังหวะเข้าลงทุนตามวงจรผลประกอบการ โดยคาดว่าประโยชน์จากการกลับรายการค่าเผื่อฯ จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 2570
โดยปรับลดสมมติฐาน P/E ลงมาอยู่ที่ 105 เท่า หรือค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี ลบ 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (AVG 1Y -1.5 S.D.) พร้อมปรับลดราคาพื้นฐานปี 2570 ลงมาอยู่ที่ 313 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”.







