
SCBAM คาดหุ้นไทยปี 70 ลุ้น 1,710 จุด ชู Data Center - AI หนุนลงทุน
“บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)” มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดยาก ต้นทุนเริ่มเข้าสู่สมดุลใหม่ หนุนกำไร บจ.ฟื้น ชี้หุ้นไทยปี 2570 มีโอกาสแตะ 1,710 จุด หากกำไรเติบโตตามคาด ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีลุ้นฟื้นตัวเมื่อเงินเฟ้อคลี่คลาย เดินหน้าผนึกกำลังธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครือ หวังยกระดับบริการและขยายฐานลูกค้า หลัง AUM ทรงตัวระดับ 2 ล้านล้านบาท “บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)” มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดยาก ต้นทุนเริ่มเข้าสู่สมดุลใหม่ หนุนกำไร บจ.ฟื้น ชี้หุ้นไทยปี 2570 มีโอกาสแตะ 1,710 จุด หากกำไรเติบโตตามคาด ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีลุ้นฟื้นตัวเมื่อเงินเฟ้อคลี่คลาย เดินหน้าผนึกกำลังธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครือ หวังยกระดับบริการและขยายฐานลูกค้า หลัง AUM ทรงตัวระดับ 2 ล้านล้านบาท
KEY
POINTS
- “บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM)” มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดยาก ต้นทุนเริ่มเข้าสู่สมดุลใหม่ หนุนกำไร บจ.ฟื้น
- ชี้หุ้นไทยปี 2570 มีโอกาสแตะ 1,710 จุด หากกำไรเติบโตตามคาด ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีลุ้นฟื้นตัวเมื่อเงินเฟ้อคลี่คลาย
- เดินหน้าผนึกกำลังธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครือ ยกระดับบริการและขยายฐานลูกค้า หลัง AUM ทรงตัวระดับ 2 ล้านล้านบาท
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวเข้าสู่สมดุลใหม่ หลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก
โดยมองว่าภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวรับระดับราคาที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมีแนวโน้มดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
ปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในหลายอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อภาคธุรกิจสามารถปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนได้มากขึ้นช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรเมื่อเทียบกับช่วงที่ผู้ผลิตไม่สามารถขึ้นราคาได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังมีความผันผวน แต่หากมองจากระดับราคาที่เริ่มสร้างสมดุลใหม่ และความสามารถของภาคธุรกิจในการปรับตัวเริ่มเห็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน”
การเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงปริมาณอาจไม่ได้ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด แต่ในเชิงมูลค่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน หากระดับราคายังคงอยู่ในระดับดังกล่าว และระบบการเงินยังมีสภาพคล่องที่เหมาะสมมีโอกาสที่การเติบโตของกำไรและมูลค่าทางเศรษฐกิจจะส่งต่อไปยังปี 2570
สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่จะได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมดังกล่าว ควรเป็นธุรกิจที่มีอำนาจในการกำหนดราคา สามารถบริหารต้นทุนได้ดี และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
Data Center เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยยังไม่มีธุรกิจเทคโนโลยีที่เติบโตโดดเด่นในระดับเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก แต่เริ่มเห็นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในประเทศ
ประเด็นสำคัญคือการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากผู้ใช้บริการ Data Center บางส่วนอาจเป็นลูกค้าต่างประเทศ ไม่ใช่ผู้บริโภคในประเทศทั้งหมด
ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการนำเข้าเพื่อการผลิตและส่งออกมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาการนำเข้าเพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว พร้อมต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเดิม เช่น ยานยนต์ ไปสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญทั้งการลงทุนโดยตรงและการอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสให้การลงทุนใหม่สร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
หุ้นไทยปี 70 ลุ้น 1,710 จุด
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในปี 2570 คาดดัชนีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบระดับ 1,710 จุดเป็นระดับมูลค่าที่เหมาะสม (Fair Value) ภายใต้สมมติฐานความสามารถในการสร้างกำไรของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ต้นทุนการดำเนินงาน และเสถียรภาพของสภาพแวดล้อมทางการเงิน พร้อมติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด
กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตา ได้แก่ พลังงาน ธนาคาร ค้าปลีก และสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่มีบทบาทต่อผลประกอบการโดยรวมของตลาด ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสเติบโตสูงจากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดโลก แต่การเติบโตอาจกระจุกตัวอยู่ในบริษัทที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานดังกล่าว
นอกจากนี้ ธุรกิจบริการพื้นฐานยังเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน จากการเน้นลดราคาเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพ การเพิ่มบริการเสริม และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยยกระดับคุณภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
เงินเฟ้อคลี่คลายตัวเร่งตราสารหนี้ฟื้น
ด้านตลาดตราสารหนี้ ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายต่อผลตอบแทนการลงทุน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวในประเทศเศรษฐกิจหลักปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม หากปี 2570 สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีความชัดเจนมากขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ก็มีโอกาสที่ผลตอบแทนการลงทุนในตราสารหนี้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ เนื่องจากแรงกดดันจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจลดลง
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากระดับอัตราดอกเบี้ยและความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อความต้องการใช้เงินดอลลาร์สำหรับธุรกรรมพลังงาน
หากปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เงินดอลลาร์อาจยังแข็งค่าและกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ นักลงทุนจึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ย และราคาพลังงานควบคู่กัน
AUM ทรงตัว 2 ล้านล้านบาท
ภาพรวมผลการดำเนินงานของ SCBAM ธุรกิจโดยรวมยังดำเนินไปตามเป้าหมาย โดยมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งมีผลการดำเนินงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยก็มีผลตอบแทนที่น่าสนใจในช่วงเวลาที่กล่าวถึง ทำให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับผู้ลงทุนระยะยาวบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ออมเพื่อการเกษียณผ่านกองทุน RMF และกองทุนลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับนโยบายและสินทรัพย์ที่แต่ละกองทุนลงทุน
ความท้าทายสำคัญของบริษัทคือการขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) แตะระดับ 2 ล้านล้านบาท และเติบโตไม่มากเท่าที่คาดหวัง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขยายฐานลูกค้าที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่ทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนยังลังเลที่จะเริ่มลงทุนหรือเพิ่มเงินลงทุน
บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาช่องทางเข้าถึงลูกค้า ควบคู่กับการผนึกกำลังกับธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครือ ภายใต้แนวคิดความร่วมมือที่เรียกว่า One Smart Wealth เพื่อยกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า
แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับจากการทำงานแยกส่วนของแต่ละหน่วยงาน ไปสู่การร่วมมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง โดยมุ่งเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง SCBAM ธนาคารไทยพาณิชย์ InnovestX และธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม รวมถึงบริการด้านสิทธิประโยชน์และบัตรเครดิต
เป้าหมายคือทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
บริษัทหวังว่าการยกระดับประสบการณ์บริการจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งในแง่จำนวนและคุณภาพ พร้อมผลักดันให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว โดยจะติดตามและประเมินผลความร่วมมือดังกล่าวให้ชัดเจนมากขึ้นในปี 2570
เน้นลูกค้ารายย่อย
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป SCBAM ยังคงยึดแนวทางการขยายฐานลูกค้าตั้งแต่ผู้ลงทุนรายย่อยไปจนถึงลูกค้ารายกลางและกลุ่มที่มีสินทรัพย์ลงทุนสูงขึ้น โดยเชื่อว่าการสร้างความเชื่อมั่นในบริการจะช่วยให้ลูกค้าลงทุนอย่างต่อเนื่องและเติบโตไปพร้อมกับบริษัท
นอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจการเงิน
การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจึงต้องครอบคลุมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการสร้างระบบบริหารความเสี่ยงที่รองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ทั้งนี้ SCBAM มุ่งใช้การผนึกกำลังภายในกลุ่มเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสร้างการเติบโตของฐานลูกค้าและ AUM ในระยะยาว.







