
โหนกระแสโซลาร์ 5 หมื่นล้าน! GULF-SCC-GUNKUL-SPCG-SENA นำทัพรับอานิสงส์
รัฐบาลอัดฉีดงบ 50,000 ล้านบาท หนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน จุดประกายโอกาสธุรกิจพลังงานสะอาด ตั้งแต่ผู้รับเหมาติดตั้ง ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง จับตา GULF-GUNKUL-SPCG-SENA มีธุรกิจตรงโจทย์ ขณะที่ SCC-HMPRO-GLOBAL-DOHOME ลุ้นอานิสงส์ทางอ้อม รัฐบาลอัดฉีดงบ 50,000 ล้านบาท หนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน จุดประกายโอกาสธุรกิจพลังงานสะอาด ตั้งแต่ผู้รับเหมาติดตั้ง ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง จับตา GULF-GUNKUL-SPCG-SENA มีธุรกิจตรงโจทย์ ขณะที่ SCC-HMPRO-GLOBAL-DOHOME ลุ้นอานิสงส์ทางอ้อม
KEY
POINTS
- รัฐบาลอัดฉีดงบ 50,000 ล้านบาท หนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน
- จุดประกายโอกาสธุรกิจพลังงานสะอาด ตั้งแต่ผู้รับเหมาติดตั้ง ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ จนถึงอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง
- จับตา GULF-GUNKUL-SPCG-SENA มีธุรกิจตรงโจทย์ ด้าน SCC-HMPRO-GLOBAL-DOHOME ลุ้นอานิสงส์ทางอ้อม
ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายทุกเดือนอาจเป็นเพียงรายจ่ายประจำของครัวเรือน แต่สำหรับตลาดหุ้นไทย หากนโยบายโซลาร์ภาคประชาชนเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ค่าไฟที่กำลังกดดันกระเป๋าเงินประชาชนอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดธุรกิจพลังงานสะอาดขนาดใหญ่
เมื่อรัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ด้วยกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ตั้งเป้าครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมโซลาร์ ตั้งแต่แผงรับแสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ ระบบควบคุมไฟฟ้า ไปจนถึงบริการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษา
หากมาตรการสามารถกระตุ้นให้ครัวเรือนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์ได้ในวงกว้าง ความต้องการอุปกรณ์และช่างติดตั้งย่อมมีโอกาสขยายตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจโซลาร์อยู่แล้ว มีเครือข่ายลูกค้า และสามารถให้บริการได้ครบวงจร
แต่คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนไม่ใช่เพียงว่า “หุ้นตัวไหนทำธุรกิจโซลาร์” หากต้องมองให้ลึกไปอีกขั้นว่า บริษัทใดมีโอกาสเปลี่ยนกระแสจากนโยบายภาครัฐให้กลายเป็นคำสั่งซื้อ รายได้ และกำไรที่เกิดขึ้นจริง
5 หมื่นล้าน จุดเปลี่ยนตลาดโซลาร์บ้าน
ตัวเลข 50,000 ล้านบาท อาจดูเป็นเพียงวงเงินสนับสนุนจากภาครัฐ แต่หากพิจารณาจากเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน จะเห็นว่ารัฐบาลกำลังพยายามสร้างตลาดผู้ใช้โซลาร์ภาคครัวเรือนในระดับประเทศ
ภายใต้กรอบโครงการที่ระบุว่าจะสนับสนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท หากดำเนินการได้ครบตามเป้าหมาย จะครอบคลุมครัวเรือนรวม 1 ล้านแห่ง โดยกำหนดช่วงลงทะเบียนระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570 หรือจนกว่าวงเงินจะครบ ทั้งนี้ การดำเนินงานจริงยังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ การอนุมัติ และความพร้อมในการติดตั้ง
ผลที่ตามมาคือโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ชั้น
- ชั้นแรก คือ ผู้รับเหมาติดตั้งโซลาร์และธุรกิจ EPC ซึ่งมีโอกาสรับงานโดยตรงจากการออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และติดตั้งระบบให้กับบ้านพักอาศัย
- ชั้นที่สอง คือ ผู้จำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสรับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามจำนวนระบบที่ติดตั้ง
- ชั้นที่สาม คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และบริการเกี่ยวกับบ้าน ที่สามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิมไปสู่การจำหน่ายอุปกรณ์หรือแพ็กเกจประหยัดพลังงาน
อย่างไรก็ตาม วงเงินสนับสนุนของรัฐบาลไม่ใช่รายได้ที่จะตกถึงบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพราะเงินจะกระจายไปยังผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้รับเหมารายย่อย และธุรกิจนอกตลาดหุ้นด้วย
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์
- GULF ต่อจิ๊กซอว์พลังงานสะอาดสู่ครัวเรือน
“บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF” จุดที่น่าจับตาคือธุรกิจโซลาร์ผ่าน GULF1 ซึ่งมีบริการโซลาร์รูฟท็อปทั้งในภาคธุรกิจและที่อยู่อาศัย ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงระบบบริหารจัดการพลังงาน แบตเตอรี่ และบริการหลังการขาย
หากโครงการภาครัฐช่วยกระตุ้นความต้องการติดตั้งโซลาร์ในบ้าน GULF มีโอกาสต่อยอดจากความเชี่ยวชาญและบริการที่มีอยู่ เพื่อเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตามคือความพร้อมในการรองรับลูกค้ารายย่อยจำนวนมาก ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริง เพราะการมีธุรกิจโซลาร์อยู่แล้วไม่ได้หมายความว่าจะได้รับงานจากโครงการโดยอัตโนมัติ
- GUNKUL ผู้รับเหมา EPC ลุ้นรับงานติดตั้งโดยตรง
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับโครงการค่อนข้างชัดเจน ผ่านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน งานรับเหมา EPC และบริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านพักอาศัยและผู้ประกอบการ SME ผ่านบริษัทย่อย
หากมีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ความต้องการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ย่อมเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านวิศวกรรมและอุปกรณ์
สำหรับ GUNKUL ประเด็นที่ต้องติดตามจึงอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของงานติดตั้ง ความสามารถในการส่งมอบงานตามกำหนด และอัตรากำไรจากโครงการใหม่ท่ามกลางการแข่งขันของผู้รับเหมาในตลาด
- SPCG ต่อยอดประสบการณ์โซลาร์สู่ตลาดบ้านพักอาศัย
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เป็นอีกชื่อที่มีธุรกิจตรงกับตลาดโซลาร์รูฟท็อป โดยมีบริษัทย่อย Solar Power Roof (SPR) ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์สำหรับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงาน รวมถึงธุรกิจอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ผ่านบริษัทในเครือ
หากตลาดโซลาร์ภาคประชาชนขยายตัว SPCG มีโอกาสนำประสบการณ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาต่อยอดสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะตลาดบ้านพักอาศัยที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Solar Roof การขยายกำลังติดตั้ง ต้นทุนอุปกรณ์ และความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เพื่อประเมินว่ากระแสโซลาร์บ้านจะส่งผลต่อผลประกอบการมากน้อยเพียงใด
- SENA เชื่อมอสังหาฯ กับพลังงานสะอาด
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA มีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจจากการผสานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ากับพลังงานสะอาด ผ่าน SENA Solar Energy ซึ่งให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงบริการบำรุงรักษาและการประสานสินเชื่อให้ลูกค้า
โอกาสของ SENA ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอโซลาร์ควบคู่กับบ้านใหม่ แต่ยังอาจต่อยอดไปยังลูกบ้านเดิมที่ต้องการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งเปิดทางให้บริษัทสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว
จุดที่ต้องติดตามคือขอบเขตการให้บริการลูกค้านอกโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ความพร้อมของพันธมิตร และความสามารถในการเปลี่ยนความสนใจของผู้บริโภคให้กลายเป็นยอดติดตั้งจริง
- SCC มีช่องทางผ่านธุรกิจร่วมทุนโซลาร์
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มีความเชื่อมโยงกับตลาดนี้ผ่าน SCG Cleanergy ซึ่งร่วมทุนกับ GULF1 จัดตั้ง SG Solar ในสัดส่วนการถือหุ้น 50:50 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมและลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจของทั้งสองฝ่าย
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่ม SCC มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์อยู่แล้ว แต่ตลาดเป้าหมายที่ระบุไว้เน้นลูกค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจเป็นหลัก จึงยังไม่ควรสรุปว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนจะสร้างรายได้ให้ SCC โดยตรง
สิ่งที่ต้องจับตาคือการขยายบริการไปสู่ตลาดครัวเรือนหรือการเกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกับโครงการอย่างเป็นรูปธรรม
- SOLAR ความต้องการอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์
บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ หากตลาดติดตั้งโซลาร์ขยายตัว ความต้องการแผงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ปัจจัยชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว หากรวมถึงความสามารถในการแข่งขันด้านราคา คุณภาพสินค้า กำลังการผลิต และการส่งมอบอุปกรณ์ ตลอดจนความสามารถในการรักษาอัตรากำไรภายใต้การแข่งขันที่สูงขึ้น
ค้าปลีกลุ้นยอดขายบ้านประหยัดพลังงาน
นอกเหนือจากหุ้นที่มีธุรกิจโซลาร์โดยตรง กลุ่มค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้างยังเป็นอีกกลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์ทางอ้อม
HMPRO หรือ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีเครือข่ายค้าปลีกสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้าน จึงมีโอกาสต่อยอดไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าและบริการติดตั้งที่เกี่ยวข้อง หากผู้บริโภคหันมาปรับปรุงบ้านเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น
ขณะที่ GLOBAL หรือ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และ DOHOME หรือ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) มีโอกาสจากการจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟ ตู้ควบคุม และสินค้าเพื่อการปรับปรุงบ้าน โดยเฉพาะหากมีการเพิ่มหมวดสินค้าโซลาร์หรือจับมือกับผู้ติดตั้ง
ส่วน CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อาจมีโอกาสผ่านช่องทางค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและอุปกรณ์สำหรับบ้าน แต่ยังต้องตรวจสอบว่าธุรกิจใดของบริษัทสามารถเชื่อมโยงกับโครงการได้จริง
สำหรับหุ้นค้าปลีกเหล่านี้ โอกาสจะเกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อมีหลักฐานว่าบริษัทมีสินค้า ช่องทางจำหน่าย หรือบริการติดตั้งที่ตอบโจทย์โครงการ ไม่ใช่เพียงมีธุรกิจเกี่ยวกับบ้านเท่านั้น
ตลาดอาจใหญ่ แต่กำไรไม่ได้โตตามวงเงินรัฐเสมอไป
หากนำเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนมาคำนวณสมมติว่าแต่ละบ้านติดตั้งระบบเฉลี่ย 5 กิโลวัตต์ จะเทียบเท่ากำลังติดตั้งรวม 5,000 เมกะวัตต์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดตลาดที่อาจมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโซลาร์ในประเทศ
แต่ต้องย้ำว่า 5,000 เมกะวัตต์เป็นเพียงการคำนวณจากสมมติฐาน ไม่ใช่กำลังติดตั้งที่ได้รับการยืนยันว่าจะเกิดขึ้นจริง ในมุมตลาดทุน สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกคือ เงินอุดหนุนไม่เท่ากับรายได้ และรายได้ไม่เท่ากับกำไรสุทธิ
บริษัทที่รับงานจำนวนมากอาจต้องแบกรับต้นทุนแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ล่วงหน้า มีภาระเงินทุนหมุนเวียนสูงขึ้น หรือเผชิญการแข่งขันด้านราคาจนกำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่มีเครือข่ายช่างเพียงพอรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมาก
อีกประเด็นสำคัญคือหลักเกณฑ์ของโครงการ เงื่อนไขการใช้เงินสนับสนุน ขนาดระบบที่ได้รับอนุมัติ และขั้นตอนเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าความต้องการที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนเป็นยอดติดตั้งจริงได้เร็วเพียงใด
นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามแผนจัดซื้ออุปกรณ์มิเตอร์และระบบไฟฟ้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากโอกาสของผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้รับเหมาระบบจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีประกาศจัดซื้อจัดจ้างหรือแผนลงทุนที่ตรวจสอบได้
จับตาหุ้นตรงธุรกิจ ก่อนวิ่งตามกระแส
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนวงเงิน 50,000 ล้านบาท มีศักยภาพกระตุ้นตลาดพลังงานสะอาดและสร้างโอกาสให้ธุรกิจหลายกลุ่ม แต่การเลือกหุ้นต้องพิจารณาความเชื่อมโยงกับโครงการเป็นรายบริษัท
เบื้องต้น GUNKUL และ SPCG มีธุรกิจรับเหมาและติดตั้งโซลาร์ที่เชื่อมโยงกับตลาดเป้าหมายโดยตรง ขณะที่ GULF มีธุรกิจโซลาร์ผ่าน GULF1 และ SENA มีโซลูชันที่เชื่อมโยงพลังงานสะอาดกับฐานลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ ส่วน SCC มีธุรกิจร่วมทุนโซลาร์ที่ควรติดตามขอบเขตการขยายตลาด และ SOLAR เป็นหุ้นที่ต้องพิจารณาความสามารถในการแข่งขันด้านอุปกรณ์
ด้าน HMPRO, GLOBAL, DOHOME และ CRC เป็นกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อม หากสามารถต่อยอดสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการจริง
ท้ายที่สุด โซลาร์ภาคประชาชนอาจเป็นมากกว่านโยบายลดค่าไฟ หากสามารถสร้างตลาดติดตั้งที่เติบโตต่อเนื่อง แต่สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญไม่ใช่การซื้อหุ้นเพียงเพราะชื่อบริษัทเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด หากต้องรอดูว่าบริษัทใดมีคำสั่งซื้อจริง รับรู้รายได้ได้เมื่อใด และสร้างกำไรได้มากเพียงใดหลังหักต้นทุน
เพราะในตลาดหุ้น โอกาสจากนโยบายอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต แต่ผลประกอบการที่พิสูจน์ได้ต่างหาก คือคำตอบสุดท้ายของมูลค่าหุ้น.







