posttoday
ปอศ.-ก.ล.ต. บุกค้น 4 จุด! ล่าขบวนการอำพรางผู้ถือหุ้น VGI จ่อเอาผิด 7 ราย ปมเลี่ยงเทนเดอร์ฯ

ปอศ.-ก.ล.ต. บุกค้น 4 จุด! ล่าขบวนการอำพรางผู้ถือหุ้น VGI จ่อเอาผิด 7 ราย ปมเลี่ยงเทนเดอร์ฯ

27 ตุลาคม 2569

บก.ปอศ. ผนึก ก.ล.ต. ขยายผลเครือข่ายนักลงทุนไทย-ต่างชาติ ใช้นิติบุคคลและกองทุนต่างประเทศอำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน VGI จนถือหุ้นรวมเกิน 25% แต่ไม่รายงานการได้มาและไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีทั้งความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ อั้งยี่ และสมคบฟอกเงิน

KEY

POINTS

  • บก.ปอศ. ผนึก ก.ล.ต. ขยายผลเครือข่ายนักลงทุนไทย-ต่างชาติ ใช้นิติบุคคลและกองทุนต่างประเทศอำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง
  • เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน VGI จนถือหุ้นรวมเกิน 25% แต่ไม่รายงานการได้มาและไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ
  • พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีทั้งความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ อั้งยี่ และสมคบฟอกเงิน

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

ซึ่งใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) ในการได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) โดยในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 บก.ปอศ. และ ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

 

คดีนี้เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสองหน่วยงาน บก.ปอศ. สืบสวนพฤติการณ์ของเครือข่ายในประเทศ ส่วน ก.ล.ต. ใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจพหุภาคีของ IOSCO (IOSCO Enhanced Multilateral Memorandum of Understanding Concerning Consultation and Cooperation and the Exchange of Information : EMMoU) เพื่อขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ

 

จากนั้นนำข้อมูลมาประกอบกับพยานหลักฐานที่ บก. ปอศ. ได้จากการสอบสวน มาพิจารณาเส้นทางการเงินข้ามประเทศ วิเคราะห์โครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อนหลายชั้น และระบุตัวผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงซึ่งอยู่เบื้องหลังผู้ถือหุ้นตามทะเบียน 

 

 ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดประกอบกันเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวกระทำการร่วมกัน โดย ก.ล.ต. ได้ส่งความเห็นในส่วนของการพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) ไปยัง บก.ปอศ. 

 

ปอศ.-ก.ล.ต. บุกค้น 4 จุด! ล่าขบวนการอำพรางผู้ถือหุ้น VGI จ่อเอาผิด 7 ราย ปมเลี่ยงเทนเดอร์ฯ

 

โดยมีสาระสำคัญดังนี้


(1) กรณีการร่วมกันเข้าครอบงำกิจการ ผู้ลงทุน 3 รายที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) ของ VGI มีแหล่งเงินทุนร่วมกันและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของผู้ลงทุนที่จองซื้อหุ้นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นผู้กระทำการร่วมกัน (acting in concert) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 7/2552*


(2) กรณีการรายงานไม่ถูกต้องและเป็นเท็จและการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในชั้นนี้ พิจารณาได้ว่า เมื่อนับรวมหุ้นทั้งหมดที่กลุ่มผู้ลงทุนทั้ง 3 รายแล้ว เข้าข่ายถือหุ้นเกินร้อยละ 25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI

 

อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำการร่วมกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (tender offer) และรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ

 

พฤติการณ์นี้เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 298 รวมทั้งเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/10 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันด้วย
 

ในการดำเนินคดี  บก.ปอศ. ได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย ได้แก่

  1. นายเบน (สงวนนามสกุล)
  2.  นางสาวแคทรียา (สงวนนามสกุล)
  3.  นางสาวสุภารัตน์ (สงวนนามสกุล)
  4. นายยิม (สงวนนามสกุล)
  5. นายยูจีน (สงวนนามสกุล) 
  6. นายไคปิง (สงวนนามสกุล) 
  7. นายณัฐกร (สงวนนามสกุล)

 

โดย บก.ปอศ. ได้แจ้งข้อหา ได้แก่ การรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 ไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ และการไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา 247 รวมทั้งมาตรา 281/10 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ความผิดฐานอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน บก.ปอศ.

 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย

 

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.

 

การบูรณาการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ บก.ปอศ. เป็นผู้ดำเนินคดีอาญา และ ก.ล.ต. สนับสนุนข้อมูล พยานหลักฐาน และการร่วมให้ความเห็นในส่วนของการพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ แนวทางนี้ทำให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเครือข่ายได้ครบถ้วนในกระบวนการเดียว ครอบคลุมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และใช้อำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนได้อย่างเต็มที่

 

หน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์และหน้าที่ทำคำเสนอซื้อ เป็นกลไกสำคัญที่คุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย กลไกนี้ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยรู้ว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมกิจการที่แท้จริง และได้รับโอกาสขายหุ้นอย่างเป็นธรรมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุม การใช้บุคคลใดหรือกองทุนถือหุ้นแทนโดยมีเจตนาอำพรางเจ้าของที่แท้จริงจึงกระทบความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนโดยตรง

 

ก.ล.ต. จะดำเนินการป้องกันไม่ให้มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้อีก และจะร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศและหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้กระทำผิดไม่อาจหลบเลี่ยงกฎหมายได้ แม้จะใช้โครงสร้างข้ามพรมแดน

 

ทั้งนี้ การดำเนินคดีเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการตามกฎหมาย ผู้ต้องหายังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการต่อไป

 

หมายเหตุ: *ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 7/2552 เรื่อง กำหนดลักษณะความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็นการกระทำร่วมกับบุคคลอื่น และการปฏิบัติการตามมาตรา 246 และมาตรา 247

 

ปอศ.-ก.ล.ต. บุกค้น 4 จุด! ล่าขบวนการอำพรางผู้ถือหุ้น VGI จ่อเอาผิด 7 ราย ปมเลี่ยงเทนเดอร์ฯ

ข่าวล่าสุด

เกษียณอย่างมั่นคงยังเป็นโจทย์ใหญ่! แรบบิท ประกันชีวิต ชี้อินไซต์คนไทยออม สำเร็จตามแผนเพียง 14% รุกตลาดประกันบำนาญรับเทรนด์ “New Retirement”

เกษียณอย่างมั่นคงยังเป็นโจทย์ใหญ่! แรบบิท ประกันชีวิต ชี้อินไซต์คนไทยออม สำเร็จตามแผนเพียง 14% รุกตลาดประกันบำนาญรับเทรนด์ “New Retirement”