
SET แกว่งผันผวน แรงกดดันหุ้น Tech โลกปรับลง- ราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง
InnovestX คาด SET แกว่งผันผวน โดยมีแรงกดดันจากหุ้น Tech โลกที่ปรับลงท่ามกลางแรงขายระลอกใหม่ ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCH และ GULF
KEY
POINTS
- InnovestX คาด SET เผชิญความผันผวนจากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกที่ปรับตัวลดลง
- ราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการลงทุน
- ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน ประกอบกับกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้าง
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งผันผวน โดยมีแรงกดดันจากหุ้น Tech โลกที่ปรับลงท่ามกลางแรงขายระลอกใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะย่อลงเล็กน้อยจากประเด็นสหรัฐฯ เลื่อนการบังคับใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรรัสเซียออกไป แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทางด้านนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสลับซื้อสุทธิ ทำให้กระแส Fund Flow ยังคงไม่ชัดเจน ทางเทคนิคดัชนีดีดรีบาวด์กลับขึ้นมาได้บ้าง โดยไม่ทำจุดต่ำใหม่ แต่ยังมองกรอบบนจำกัด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งจุดที่ตลาดโฟกัสคือ แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM), การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการคุม NPL
ส่วนปัจจัยต่างประเทศต้องจับตา Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือน ต.ค. ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Earnings Momentum Play ที่คาดจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตแข็งแกร่งในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น กลุ่มกำไรเติบโต YoY ได้แก่ KKP DELTA PTTEP GLOBAL SCGP และกลุ่มกำไรเติบโต QoQ ได้แก่ KTB BBL
2. FDI & New Economy Play ที่คาดได้อานิสงส์เชิงโครงสร้างจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ซึ่งทำให้ได้แสดงศักยภาพของไทยเพื่อดึงดูด FDI ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบาย New Economy ได้แก่ กลุ่ม Digital Banking (KBANK KTB BBL) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) กลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GPSC GUNKUL) กลุ่มเทคโนโลยีและ Cybersecurity (TRUE SECURE)
3. Defensive Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีกระแสรายได้มั่นคงและทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPN CRC) รวมถึงค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง หลังอุทกภัยคลี่คลาย (HMPRO GLOBAL) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
4. High-Season Tourism & Flood Relief Play ที่ได้อานิสงส์จากคลายกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดพีกไปแล้วและเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 4/2569 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCH ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับเพิ่มอัตราการเบิกจ่ายประกันสังคม โดยคาดจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ หากมีการปรับขึ้น ประเมินจะเป็น Upside ต่อประมาณการกำไรปี 2570 ขณะที่ธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.50 บาท
GULF ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลง บริษัทมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการขยายกำลังการผลิต และโอกาสในระยะต่อไป ตามการขยายตัวของ Data Center, PDP2026 และมาตรการ Direct PPA คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 33%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.00 บาท







