
TISCO กำไร Q3/69 แตะ 1,804.7 ล้าน โต 4.3% ดัน 9 เดือนแรก โต 5.7%
TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 โต 4.3% แตะ 1,804.70 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากสำรอง ECL ที่ปรับลดลง และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิโตตามต้นทุนเงินฝากลดลง หนุนกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก 5,302.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7%
KEY
POINTS
- TISCO ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 1,804.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลประกอบการดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 5,302.18 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.7%
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ในฐานะบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทิสโก้ รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 1,804.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.48 ล้านบาท หรือ 4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 จากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงมาอยู่ที่ 0.8% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้ดี
ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานอ่อนตัวลง 2.3% สาเหตุหลักมาจากผลกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงในภาวะดอกเบี้ยขาลง
นอกจากนี้ ธุรกิจตลาดทุนปรับตัวดีขึ้น ทั้งรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนที่เติบโตจากการธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 40.85 ล้านบาท หรือ 2.3% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.3% เนื่องจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงต่อเนื่อง ภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงต้นปี ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง ตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้ดี
ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยชะลอตัวลง 3.0% ผลจากค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งอย่างไรก็ดี รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น
จากผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวน 5,302.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 285.06 ล้านบาท หรือ 5.7% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2568 จากการเติบโตของรายได้รวมที่ 4.4% โดยมีรายได้
ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.2% ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงดอกเบี้ยขาลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ขยายตัว จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดทุนที่ฟื้นตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตจากธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวม
ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.9% ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) อยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น







