posttoday
3 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ CEO คนใหม่ OR ใครคุมทัพธุรกิจหมื่นล้านกับโจทย์ใหญ่กว่าขายน้ำมัน-อะเมซอน

3 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ CEO คนใหม่ OR ใครคุมทัพธุรกิจหมื่นล้านกับโจทย์ใหญ่กว่าขายน้ำมัน-อะเมซอน

12 ตุลาคม 2569

“นิสิต - ทรงพล - พิมาน” เปิดศึกชิงเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ OR ลูกหม้อมากฝีมือในเครือ ปตท. จับตาคณะกรรมการสรรหาภายใต้การนำของปลัดกระทรวงพลังงาน ใครจะได้รับความไว้วางใจให้รับไม้ต่อจาก “หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่” ท่ามกลางโจทย์เปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงานและค้าปลีกที่ท้าทาย

KEY

POINTS

  • “นิสิต - ทรงพล - พิมาน” เปิดศึกชิงเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ OR ลูกหม้อมากฝีมือในเครือ ปตท.
  • จับตาคณะกรรมการสรรหาภายใต้การนำของปลัดกระทรวงพลังงาน
  • ใครจะได้รับความไว้วางใจให้รับไม้ต่อจาก “หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่” ท่ามกลางโจทย์เปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงานและค้าปลีกที่ท้าทาย

เก้าอี้ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO” ของ “บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR” เข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังการเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นับจากวันเปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา

 

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่ “หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน จะมีอายุครบ 60 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งเป็นกำหนดการเกษียณอายุที่ทำให้ OR ต้องเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้บริหารคนใหม่ เพื่อเตรียมรับไม้ต่อในการขับเคลื่อนธุรกิจ

 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่

 

แม้การเปลี่ยนตัว CEO จะเป็นกระบวนการตามวาระ แต่สำหรับ OR ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ร้านกาแฟ Café Amazon ธุรกิจค้าปลีกและบริการ

 

ไปจนถึงธุรกิจพลังงานและการขยายตลาดต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูง หากยังเป็นการกำหนดทิศทางขององค์กรในระยะต่อไป

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงใครจะได้ขึ้นเป็น CEO คนใหม่ แต่คือ OR ต้องการผู้นำแบบไหนในช่วงที่ธุรกิจพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่าน และการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไม่ได้วัดกันแค่จำนวนสถานีบริการหรือสาขาร้านกาแฟอีกต่อไป

 

3 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ CEO คนใหม่ OR ใครคุมทัพธุรกิจหมื่นล้านกับโจทย์ใหญ่กว่าขายน้ำมัน-อะเมซอน

 

3 แคนดิเดตคนใน

 

รายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่ง CEO OR ครั้งนี้มี 3 คนคือ

  1. นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร
  2. ทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน
  3. พิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

 

ทั้งสามคนล้วนเป็นผู้บริหารภายใน OR ที่ผ่านงานในสายธุรกิจและงานบริหารองค์กรมาแตกต่างกัน แต่ละคนจึงมีประสบการณ์คนละมิติ ตั้งแต่งานกลยุทธ์และความยั่งยืน ธุรกิจพลังงานและตลาดต่างประเทศ ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกและการพัฒนาแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์

 

กระบวนการตัดสินใจอยู่ที่คณะกรรมการสรรหา ซึ่งมี “ฉันทานนท์ วรรณเขจร” ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยประสบการณ์ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ใช้ทำความเข้าใจเส้นทางการทำงานของผู้สมัคร

 

ขณะที่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาของบริษัท

 

“นิสิต” สายกลยุทธ์

 

ชื่อของ “นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์” โดดเด่นในแง่เส้นทางการทำงานที่เชื่อมโยงทั้ง OR และบริษัทแม่อย่าง ปตท. โดยมีประสบการณ์ในตำแหน่งบริหารต่อเนื่องหลายช่วง และรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์องค์กรเป็นหลักในระยะหลัง

 

เส้นทางการทำงานของนิสิตสะท้อนการเติบโตผ่านงานบริหารองค์กรและงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางธุรกิจ โดยในช่วงปี 2563-2565 ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR ควบคู่กับการปฏิบัติงานที่ ปตท. ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและองค์กรสัมพันธ์

 

ต่อมาในช่วงปี 2565-2567 ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR และปฏิบัติงานที่ ปตท. ในบทบาทเดิม ก่อนขยับเข้าสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงของ OR อย่างต่อเนื่อง

 

ในปี 2567 นิสิตดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก่อนรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์องค์กรและความยั่งยืนในช่วงปีเดียวกัน และตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร

 

หากพิจารณาจากประวัติการทำงาน จุดที่น่าจับตาของนิสิตคือประสบการณ์ด้านกลยุทธ์องค์กร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางและจัดลำดับความสำคัญของธุรกิจ รวมถึงประสบการณ์จากงานเลขานุการบริษัทและองค์กรสัมพันธ์ที่ ปตท.

 

อย่างไรก็ตาม การมีประสบการณ์ในสายกลยุทธ์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคำตอบของทุกโจทย์ เพราะตำแหน่ง CEO ยังต้องรับผิดชอบผลประกอบการ การลงทุน การบริหารบุคลากร และการตัดสินใจทางธุรกิจในภาพรวมด้วย

 

โจทย์ที่น่าติดตามจึงอยู่ที่ว่า หากนิสิตได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมาบริหาร OR ประสบการณ์ด้านกลยุทธ์องค์กรจะถูกนำไปต่อยอดกับการสร้างการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจแต่ละกลุ่มอย่างไร

 

นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์

 

“พิมาน”โตจากอะเมซอนสู่ค้าปลีกน้ำมัน

 

อีกหนึ่งแคนดิเดตคือ “พิมาน พูลศรี” ผู้บริหารที่มีเส้นทางการทำงานเชื่อมโยงกับธุรกิจค้าปลีกและการพัฒนาแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ โดยผ่านทั้งงานใน ปตท. และ OR


จุดที่น่าสนใจในประวัติของ “พิมาน” คือการทำงานกับธุรกิจ Café Amazon ก่อนขยับไปดูแลธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์และธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศธุรกิจสถานีบริการ


ในช่วงปี 2557-2558 “พิมาน” ดำรงตำแหน่งผู้จัดการส่วนแผนธุรกิจหล่อลื่นที่ ปตท. ก่อนขยับไปดูแลงานบริหารธุรกิจบริการยานยนต์ในช่วงปี 2558-2560


จากนั้นในปี 2560-2561 รับผิดชอบงานแผนและพัฒนาธุรกิจ Café Amazon ที่ ปตท. และต่อเนื่องมายัง OR ในช่วงปี 2561-2562 ก่อนขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจร้านค้า Café Amazon ในช่วงปี 2562-2563


ประสบการณ์ของ “พิมาน” ไม่ได้หยุดอยู่ที่ธุรกิจร้านกาแฟ เพราะในช่วงปี 2563-2565 ยังผ่านงานบริหารธุรกิจพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนรับผิดชอบธุรกิจฟิสิคัลแพลตฟอร์มในปี 2565

 

ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน “พิมาน” ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

 

เส้นทางดังกล่าวทำให้ “พิมาน” มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องบริหารทั้งเครือข่ายสาขา พื้นที่เชิงพาณิชย์ และการให้บริการลูกค้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการ

 

แต่โจทย์ของ OR ในวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงการขยายสาขาหรือเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ หากยังต้องสร้างรายได้จากพื้นที่และบริการต่างๆให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกในระยะยาว

 

หาก “พิมาน” ได้รับเลือกให้เป็น CEO คนใหม่ สิ่งที่ต้องติดตามจึงเป็นการต่อยอดประสบการณ์จากธุรกิจค้าปลีกไปสู่การบริหารพอร์ตธุรกิจทั้งหมดของ OR ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่าธุรกิจที่รับผิดชอบอยู่ในปัจจุบัน

 

พิมาน พูลศรี

 

“ทรงพล” สายเอนเนอร์ยี่โซลูชัน


ขณะที่ “ทรงพล เทพนำโสมนัสส์” เป็นอีกหนึ่งผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทั้งธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชันและตลาดต่างประเทศ โดยผ่านตำแหน่งบริหารที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค รวมถึงการทำงานในกัมพูชาและลาว


“ทรงพล” เริ่มรับผิดชอบงานตลาดต่างประเทศในช่วงปี 2558-2559 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตลาดอากาศยานและเรือขนส่งที่ ปตท. ก่อนขยับไปดูแลงานฝ่ายขายตลาดต่างประเทศในปี 2560

 

ในช่วงปี 2560-2562 มีประสบการณ์ทำงานในลาว รวมถึงงานด้านตลาดอากาศยานและเรือขนส่ง ก่อนย้ายไปปฏิบัติงานที่บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด ในช่วงปี 2562-2564

 

ต่อมาในช่วงปี 2564-2565 ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดต่างประเทศ OR และในปี 2565 ขยับสู่ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน ก่อนดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชันในช่วงปี 2565-2568

 

จากนั้นในช่วงปี 2568-2569 “ทรงพล” รับผิดชอบงานด้านธุรกิจต่างประเทศ และตั้งแต่ปี 2569 จนถึงปัจจุบัน กลับมาดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน

 

เมื่อมองจากประวัติการทำงาน “ทรงพล” มีประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทั้งตลาดต่างประเทศและธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นสองมิติที่มีความสำคัญต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจของ OR ในระยะต่อไป

 

ทรงพล เทพนำโสมนัสส์

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชันมีโจทย์มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์พลังงาน เพราะต้องพิจารณาทั้งความต้องการของลูกค้า รูปแบบการใช้พลังงาน เทคโนโลยี และความคุ้มค่าของการลงทุน


คำถามสำคัญคือ ประสบการณ์จากตลาดต่างประเทศและธุรกิจพลังงานจะช่วยต่อยอดการเติบโตของ OR ได้อย่างไร หาก “ทรงพล” ได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารสูงสุดคนใหม่

 

บททดสอบ CEO คนใหม่

 

แม้ทั้งสามคนจะมีประสบการณ์แตกต่างกัน แต่โจทย์ที่รอ CEO คนใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่ในสายงานใดสายงานหนึ่ง เพราะ OR เป็นองค์กรที่ต้องบริหารธุรกิจหลายประเภทภายใต้ทิศทางเดียวกัน

 

ด้านหนึ่ง ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานและพฤติกรรมผู้บริโภค อีกด้านหนึ่ง Café Amazon และธุรกิจค้าปลีกต้องแข่งขันทั้งเรื่องสินค้า ประสบการณ์ลูกค้า ทำเล และการบริหารต้นทุน

 

ขณะที่ธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชันและตลาดต่างประเทศต้องสร้างโอกาสใหม่ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุน

 

สิ่งที่ผู้บริหารคนใหม่ต้องตอบให้ได้จึงมีอย่างน้อย 4 ประเด็น

  1. จะสร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิมอย่างไร เมื่อการแข่งขันในตลาดค้าปลีกเข้มข้นขึ้น และธุรกิจน้ำมันต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงระยะยาว
  2. จะผลักดันธุรกิจใหม่ให้สร้างรายได้จริงได้อย่างไร โดยไม่ปล่อยให้การลงทุนกลายเป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับในอนาคต
  3. จะจัดสรรเงินลงทุนอย่างไร ระหว่างการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก การขยายธุรกิจใหม่ และการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
  4. จะทำให้ทุกธุรกิจเติบโตไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างไร ทั้งในแง่ผลประกอบการ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

 

โจทย์เหล่านี้ทำให้การเลือก CEO OR ไม่ใช่เพียงการพิจารณาว่าใครมีอายุงานมากกว่า หรือใครอยู่ในสายธุรกิจใดมานานกว่า แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมกับยุทธศาสตร์และความท้าทายขององค์กรในระยะต่อไปด้วย

 

ใครจะได้รับไม้ต่อจาก “ปีกทอง”

 

หลังปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ขั้นตอนต่อไปที่ต้องติดตามคือกระบวนการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมี “นายฉันทานนท์ วรรณเขจร” ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน

 

จากข้อมูลประวัติการทำงานที่มีอยู่ “นิสิต” มีประสบการณ์ด้านกลยุทธ์องค์กรและงานบริหารที่เชื่อมโยงกับ ปตท. “พิมาน” มีเส้นทางการทำงานในธุรกิจค้าปลีกและการพัฒนา Café Amazon ส่วน “ทรงพล” ผ่านทั้งงานเอนเนอร์ยี่โซลูชันและธุรกิจต่างประเทศ

 

ทั้งสามเส้นทางสะท้อนประสบการณ์คนละด้าน แต่ยังไม่อาจใช้ข้อมูลเหล่านี้เพียงอย่างเดียวสรุปได้ว่าใครจะได้รับเลือก เพราะผลการคัดเลือกต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการสรรหา คุณสมบัติของผู้สมัคร และทิศทางที่ OR ต้องการเดินหน้าในอนาคต

 

3 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ CEO คนใหม่ OR ใครคุมทัพธุรกิจหมื่นล้านกับโจทย์ใหญ่กว่าขายน้ำมัน-อะเมซอน

 

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนผ่านจากหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ไปสู่ CEO คนใหม่ คือบททดสอบสำคัญของ OR ว่าจะรักษาฐานธุรกิจเดิม พร้อมสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ได้มากน้อยเพียงใด

 

และไม่ว่าใครจะได้รับตำแหน่ง สิ่งที่ผู้ถือหุ้นและตลาดต้องการเห็นย่อมไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อบนเก้าอี้ผู้บริหาร แต่คือแผนธุรกิจที่ชัดเจน การลงทุนที่สร้างผลตอบแทน และความสามารถในการเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจให้กลายเป็นการเติบโตที่จับต้องได้

 

ศึกชิงเก้าอี้ CEO OR จึงไม่ได้จบลงที่การประกาศชื่อผู้ชนะ แต่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นพร้อมคำถามสำคัญว่า ผู้นำคนใหม่จะพา OR ไปสู่การเติบโตระลอกต่อไปได้อย่างไร.

 

ข่าวล่าสุด

ป.ป.ช. แจงปมปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่น ยันทำตามกฎหมาย

ป.ป.ช. แจงปมปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่น ยันทำตามกฎหมาย