posttoday
จรีพร WHA ชี้ 2 ปีชี้ชะตาไทย เร่งคว้า Data Center ดันประเทศสู่ New Economy ชิงเงินลงทุนก่อนคู่แข่ง

จรีพร WHA ชี้ 2 ปีชี้ชะตาไทย เร่งคว้า Data Center ดันประเทศสู่ New Economy ชิงเงินลงทุนก่อนคู่แข่ง

08 ตุลาคม 2569

“จรีพร จารุกรสกุล” WHA ชี้ Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจยุค AI เตือนช้าไม่ได้ เหตุสิงคโปร์-มาเลเซียกลับมาเปิดรับลงทุน แข่งขันดึงเม็ดเงินโลก พร้อมเร่งไทย Transition คน-โครงสร้างพื้นฐาน-กฎระเบียบ สู่ Global Supply Chain และ New Economy

KEY

POINTS

  • “จรีพร จารุกรสกุล” WHA ชี้ Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจยุค AI
  • เตือนช้าไม่ได้ เหตุสิงคโปร์-มาเลเซียกลับมาเปิดรับลงทุน แข่งขันดึงเม็ดเงินโลก
  • พร้อมเร่งไทย Transition คน-โครงสร้างพื้นฐาน-กฎระเบียบ สู่ Global Supply Chain และ New Economy

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวในงานสัมมนา “Thailand Economic Outlook 2027 | New Horizon Beyond the Trap” ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี

 

และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้าง Supply Chain และการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งไทยต้องเร่งคว้าโอกาสก่อนการแข่งขันระหว่างประเทศจะรุนแรงขึ้น

 

หากประเทศไทยต้องการให้ GDP กลับมาเติบโตในระดับ 5% จำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 24.3% ของ GDP ลดลงจากอดีตที่เคยอยู่ราว 27% จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างและยกระดับอุตสาหกรรมให้สามารถเติบโตได้มากกว่าเดิม

 

“วันนี้ประเทศไทยยังเป็น Magnet ของการลงทุน เรามีจุดแข็งทั้ง Location Infrastructure คน และการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่สิ่งเหล่านี้คืออดีต คำถามคือเราจะ Transition ประเทศไทยอย่างไร เพื่อคว้าโอกาสใหม่ที่จะเข้ามา”

 

FDI ทะลัก ดิจิทัลนำทัพ


จรีพรชี้ว่า ตัวเลขการลงทุนของไทยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยปี 2025 มี Investment ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ขณะที่ FDI อยู่ที่ประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท

 

และในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา Investment อยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท โดยมี FDI ในระดับใกล้เคียงกัน


ที่น่าสนใจคือเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากมาจากกลุ่ม Digital โดยมีมูลค่าประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน Digital Economy


ขณะเดียวกัน โครงสร้างการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมก็เปลี่ยนจากฐานการผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมไปสู่ Electrical & Electronics รวมถึง Digital มากขึ้น โดยมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

 

จรีพร WHA ชี้ 2 ปีชี้ชะตาไทย เร่งคว้า Data Center ดันประเทศสู่ New Economy ชิงเงินลงทุนก่อนคู่แข่ง


 

ช้าไม่ได้! ศึก Data Center ดุเดือด


Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุค AI เพราะถ้าคุณไม่มี Data Center คุณจะไป AI หรือพูดเรื่อง AI ได้อย่างไร มันไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีเรื่องนี้ 


ทั้งนี้ Data Center ของโลกเดินทางมาไกลแล้ว แต่ประเทศไทยเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการลงทุน ขณะที่ก่อนหน้านี้สิงคโปร์และมาเลเซียมีข้อจำกัดในการรับ Data Center ส่งผลให้การลงทุนบางส่วนไหลเข้าสู่ประเทศไทย


อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กำลังเปลี่ยน เพราะทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียเริ่มกลับมาเปิดรับการลงทุนมากขึ้น ทำให้การแข่งขันแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนด้าน Digital Infrastructure รุนแรงขึ้น

“ตอนนี้ประเทศอื่นก็ต้องการดึงการลงทุนเข้าไปเช่นกัน การแข่งขันเรื่อง Infrastructure ของ Digital Economy ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ เราจะไปคว้าโอกาสใหม่ได้อย่างไร”


อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีเวลาไม่มาก โดยเฉพาะช่วง 2 ปีข้างหน้า หากไม่สามารถคว้าโอกาสการลงทุนรอบนี้ได้ ความได้เปรียบของไทยอาจถูกประเทศคู่แข่งแย่งชิงไป
 

จรีพร WHA ชี้ 2 ปีชี้ชะตาไทย เร่งคว้า Data Center ดันประเทศสู่ New Economy ชิงเงินลงทุนก่อนคู่แข่ง

 

3 โจทย์ใหญ่ไทยต้องเร่ง Transition


สำหรับการก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ไทยต้องเร่งเปลี่ยนอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ Infrastructure คน และกฎระเบียบ โดยInfrastructure ต้องเปลี่ยนจากโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมไปสู่ Infrastructure ที่รองรับ Digital Economy และ AI


ขณะที่เรื่องคนต้องเร่งยกระดับทักษะ โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับโลกใหม่ เพราะไม่สามารถพึ่งพาการดึงแรงงานและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้ตลอดไป


ส่วนกฎระเบียบต้องลดขั้นตอนและทำให้การอนุมัติการลงทุนรวดเร็วขึ้น รวมถึงการออก Incentive ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนจริง ไม่ใช่เพียงนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่แล้ว

 

ดันไทยขึ้น Global Supply Chain


จรีพรเสนอว่าเป้าหมายสำคัญของไทยคือการ Transition จากฐานการผลิตเดิมไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain

“เราอาจไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์เราเองก็ได้ แต่เขาต้องมีเรา ถ้าไม่มีเราเขาทำไม่ได้”


พร้อมกันนี้ไทยต้องเดินหน้าสู่ New Economy ที่ขับเคลื่อนด้วย Digital, Innovation, Knowledge และ Green โดยอุตสาหกรรมที่ยังพึ่งพาแรงงานจำนวนมากต้องเร่งปรับตัว ขณะที่ Innovation และ Sustainability จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโต

 

เปิด 5 อุตสาหกรรมอนาคต


ภายใน 5 ปี ไทยมีโอกาสยกระดับศักยภาพไปสู่การเป็นผู้นำในหลายด้าน ได้แก่

  1. Global Health & Longevity จาก Medical Hub เดิม สู่ศูนย์กลางด้านสุขภาพและ Longevity ระดับโลก
  2. Global Food Innovation ยกระดับจากประเทศผู้ผลิตอาหารและสินค้าเกษตร ไปสู่การใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร
  3. High Value Tourism เปลี่ยนจากการมุ่งจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การสร้างประสบการณ์และมูลค่าการใช้จ่ายที่สูงขึ้น
  4. Smart & Green Industry Hub ยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิมด้วย Technology, Smart Manufacturing และ Green Economy
  5. AI Hub เปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ใช้งาน AI ไปสู่การสร้างระบบนิเวศและศักยภาพด้าน AI


นอกจากนี้ยังต้องจับตาเทคโนโลยีใหม่อย่าง Robotics, Future Mobility, FoodTech, Health Innovation และ Quantum ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะต่อไป

 

Data Center ต้องมาคู่พลังงาน-น้ำ-Connectivity

 

การดึง Data Center เข้ามาในประเทศไทยไม่ได้จบเพียงการมีพื้นที่ตั้งศูนย์ข้อมูล แต่ต้องวางระบบ Infrastructure ทั้งหมดให้พร้อม โดยเฉพาะ พลังงาน น้ำ และ Connectivity

 

“Data Center คือ Infrastructure ของ Economy สมัยใหม่ ตอนนี้มันกลายเป็น AI Data Center หรือ Hyper Data Center ซึ่งต้องมาพร้อมกับการใช้พลังงาน ใช้น้ำ และต้องมี Connectivity”


ดังนั้นภาครัฐต้องมีแผนรองรับอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยสามารถรองรับ Data Center ได้กี่เมกะวัตต์ มีไฟฟ้าและระบบสายส่งเพียงพอหรือไม่ รวมถึงการจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง


การวางแผน Data Center ควรเดินคู่ขนานกับ AI Center เพราะ Data Center จะเป็นฐานให้เกิด Compute, Connectivity, Software, Digital Services และ Business Model ใหม่ๆ ตามมา

 

เงินลงทุนต้องต่อยอดให้เกิดธุรกิจไทย

 

เมื่อประเทศไทยสามารถดึงเงินลงทุนระดับล้านล้านบาทเข้ามาได้แล้ว จะทำอย่างไรให้คนไทยและธุรกิจไทยสามารถต่อยอดจาก Infrastructure ที่กำลังเกิดขึ้น

 

เพราะการมีเงินลงทุนต่างชาติและ Infrastructure ใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้าง New Services, New Business Models และ Technology Transfer ให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจไทยทั้งในภาคการผลิต Healthcare Education Finance และ Services

 

“ถ้ามีการใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่ามันจะสามารถ Transform ประเทศไทยได้ นี่คือขอบฟ้าใหม่ที่เราจะต้องเจอกัน”

 

เปลี่ยนจากแจกเงิน เป็นแจกโอกาส

 

ในมุมของการกระจายประโยชน์จากการลงทุน จรีพรตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะยังแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินเพียงอย่างเดียวหรือไม่ และเสนอให้เปลี่ยนเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการ

 

“แจกความรู้ แจกอาชีพ แจกความมั่นคงให้กับผู้ประกอบการได้ไหม ช่วยเรื่อง SME อย่างไรได้บ้าง”

 

โดยเฉพาะปัญหาสินเชื่อและ NPL ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมองภาพเศรษฐกิจใหม่และวางแผนใหม่ให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง


ท้ายที่สุด ประเทศไทยยังมีโอกาสและอนาคตรออยู่ข้างหน้า แต่หัวใจสำคัญคือการตัดสินใจว่าจะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้มากน้อยเพียงใด

 

“ขอบฟ้าจะสว่างไสวหรือมืด ก็อยู่ที่พวกเราว่าจะไปต่อได้แค่ไหน”

 

พร้อมฝากแนวคิดสำคัญว่า “Check the future for our country” หรือร่วมกันมองและตรวจสอบอนาคตของประเทศไทยตั้งแต่วันนี้.

 

จรีพร WHA ชี้ 2 ปีชี้ชะตาไทย เร่งคว้า Data Center ดันประเทศสู่ New Economy ชิงเงินลงทุนก่อนคู่แข่ง

 

ข่าวล่าสุด

วีระพันธ์แจงเสนอโยกนายอำเภอบ้านสร้าง อ้างไม่ร่วมมือแก้น้ำท่วม

วีระพันธ์แจงเสนอโยกนายอำเภอบ้านสร้าง อ้างไม่ร่วมมือแก้น้ำท่วม