
เอาให้ชัด! เสนาฯ แจงปมที่ดิน 20 ไร่พื้นบึงรับน้ำ “แก้มลิงคู้บอน” ย้ำซื้อถูกต้องตั้งแต่ปี 52
“ดร.ยุ้ย” SENA เปิดข้อมูลที่ดิน 20 ไร่ จากพื้นที่บึงรับน้ำ “แก้มลิงคู้บอน” ราว 130 ไร่ ยืนยันซื้อที่ดินตั้งแต่ปี 2552 ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการในช่วงหลัง ย้ำรับรู้เพียงแนวคิดพัฒนาพื้นที่รับน้ำ แต่ไม่มีความชัดเจนว่ารัฐจะกำหนดพื้นที่ใด โดยโครงการใหม่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เตรียมเปิดตัวปลายปี 2570
KEY
POINTS
- “ดร.ยุ้ย” SENA เปิดข้อมูลที่ดิน 20 ไร่ จากพื้นที่บึงรับน้ำ “แก้มลิงคู้บอน” ราว 130 ไร่ ยืนยันซื้อที่ดินปี 2552 ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการในช่วงหลัง
- ย้ำรับรู้เพียงแนวคิดพัฒนาพื้นที่รับน้ำ แต่ไม่มีความชัดเจนว่ารัฐจะกำหนดพื้นที่ใด
- โดยโครงการใหม่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เตรียมเปิดตัวปลายปี 2570
กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีที่การพัฒนาพื้นที่บริเวณบึงรับน้ำ “แก้มลิงคู้บอน” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดอสังหาฯจับตา หลังมีการกล่าวถึงที่ดินของ “บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA” ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ SENA อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ1 เปิดเผยว่า ตนต้องการชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับพื้นที่โครงการแก้มลิงคู้บอนให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่า พื้นที่ที่มีการกล่าวถึงทั้งหมดมีประมาณ 130 ไร่ ขณะที่ส่วนที่เป็นที่ดินของ SENA มีประมาณ 20 ไร่
โดยบริษัทได้กรรมสิทธิ์และถือครองอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 โดยซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมจำนวน 7 รายและถือครองมาเป็นเวลานาน ก่อนจะเริ่มนำมาพัฒนาอย่างจริงจังในเวลาต่อมา
“เราซื้อที่มาตั้งแต่ปี 52 และค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ”ดร.ยุ้ยกล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงแรกบริษัทเริ่มยื่นขออนุญาตทำผังจัดสรรที่ดินมาตั้งแต่ปี 2560 ก่อนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและตลาด โดยโครงการปัจจุบันมีการปรับรูปแบบจากการจัดสรรขนาดใหญ่ มาเป็นโครงการขนาดเล็กและทาวน์เฮาส์ที่มีพื้นที่ใช้สอยและรูปแบบเหมาะกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
ทราบแนวคิดทำพื้นที่รับน้ำแต่ไม่ชัดเจน
ดร.ยุ้ย กล่าวถึงประเด็นเรื่องการพัฒนาพื้นที่โครงการแก้มลิง หรือ บึงรับน้ำ ว่า บริษัทรับรู้มาก่อนว่ามีแนวคิดเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่รับน้ำในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่ใดจะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทจึงดำเนินธุรกิจในฐานะเอกชนที่ซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการตามกระบวนการปกติ โดยพิจารณาความพร้อมของที่ดินเป็นสำคัญ ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี และบริษัทเห็นว่าที่ดินมีความพร้อมสำหรับการพัฒนา จึงตัดสินใจเดินหน้าโครงการตามแผนธุรกิจ
SENA ย้ำไม่ใช่ผู้กำหนดพื้นที่
ถามว่า การที่ SENA นำที่ดินมาพัฒนาในช่วงเวลานี้เกี่ยวข้องกับการกำหนดพื้นที่รับน้ำหรือไม่ ดร.ยุ้ย ชี้แจงว่า SENA เป็นเพียงเอกชนผู้ถือครองที่ดินและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีอำนาจในการกำหนดพื้นที่รับน้ำหรือกำหนดนโยบายของภาครัฐ
“เราเป็นเอกชน เราเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วตรงนี้จะเอามาทำหรือไม่ทำอะไร เราเป็นเอกชน ซื้อที่มาพัฒนาตามปกติ”
ส่วนข้อเสนอหรือแนวทางจากภาครัฐเกี่ยวกับการนำพื้นที่ใกล้เคียงไปใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่รับน้ำ ดร.ยุ้ย มองว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจึงไม่สามารถระบุได้ว่าพื้นที่ใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม
เดินหน้าตามแผน เปิดตัวปลายปี70
สำหรับความคืบหน้าโครงการบนพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเริ่มมีการก่อสร้างแล้วบางส่วน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการจัดสรรรูปแบบใหม่ประมาณ 7 ยูนิต เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนและความต้องการของตลาด
SENA ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาชื่อแบรนด์ของโครงการ และวางแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการตามจังหวะตลาด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดโครงการได้ประมาณ ปลายปี 2570
ดร.ยุ้ย ย้ำว่า การพัฒนาที่ดินของบริษัทเป็นการดำเนินการตามแผนธุรกิจและจังหวะของตลาด หลังจากถือครองที่ดินมาเป็นเวลานาน ไม่ได้เป็นการเข้าไปกำหนดหรือชี้นำแนวทางการพัฒนาพื้นที่รับน้ำของภาครัฐ.







