
ไอพีโอตัวที่ 4 ของปี 69 “TIPAK” เปิดเทรดวันแรก 1.69 บาท ต่ำจอง 8.65%
อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ หรือ “TIPAK” ไอพีโอตัวที่ 4 ของปี 69 เปิดเทรด SET วันแรก 1.69 บาท ลดลง 8.65% จากราคาไอพีโอ 1.85 บาท
KEY
POINTS
- หุ้น TIPAK หรือ บมจ. อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นไอพีโอตัวที่ 4 ของปี 2569 ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก
- เปิดการซื้อขายที่ราคา 1.69 บาทต่อหุ้น
- ราคาเปิดปรับตัวลดลง 8.65% จากราคาเสนอขาย IPO ที่ 1.85 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (5 ต.ค.2569) เป็นวันแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม หมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ตัวที่ 4 ของปี 2569
โดยเปิดที่ราคา 1.69 บาท ปรับลดลง 0.16 บาท หรือคิดเป็นลดลง 8.65% จากราคาเสนอขาย IPO ที่ราคา 1.85 บาท
ล่าสุด เวลา 11.35 น. ปรับลดลง 0.15 บาท หรือคิดเป็นลดลง 8.11% มาอยู่ที่ 1.70 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 89.34 ล้านบาท
ทั้งนี้ TIPAK ประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กระดาษประเภทแผ่นกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งจัดอยู่ในธุรกิจช่วงกลางน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ
TIPAK เสนอราคาขาย IPO ที่ 1.85 บาท/หุ้น จำนวน 143,683,270 หุ้น คิดเป็น 26.03% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้
1. ลงทุน ปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต จำนวน 20.17 ล้านบาท
2. เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ จำนวน 60 ล้านบาท
3. ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน จำนวน 170 ล้านบาท
ทางด้านผลการดำเนินงานในปี 2566-2568 บริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 2,830.94 ล้านบาท 2,741.01 ล้านบาท และ 2,542.90 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 191.93 ล้านบาท 170.21 ล้านบาท และ 121.18 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 1,331.96 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 69.10 ล้านบาท
นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เปิดเผยว่า ด้วยศักยภาพของบริษัทที่วางรากฐานอย่างแข็งแกร่ง ทั้งการยกระดับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงาน มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน และตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านมากขึ้น
พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสนับสนุนให้กับทุกภาคอุตสาหกรรมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” จะสามารถนำบริษัทฯ ก้าวสู่ผู้นำการบริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปี 2570 ประมาณ 100 ล้านบาท ที่โรงงานสมุทรสาครและโรงงานปราจีนบุรี ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว (Speed Losses)
2) โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลงทุนวางรากฐานการบริหารโรงงานเชิงวิเคราะห์ด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มความสามารถการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบ Real-time
3) โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อยกระดับอัตราการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี
บริษัทวางยุทธศาสตร์มุ่งนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้อัตราการสูญเสียเป็นศูนย์ (Zero Defect) ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต ภายใต้กลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม มุ่งออกแบบและผลิตแผ่นหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ที่โดดเด่นและแตกต่างมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า
พร้อมพัฒนาคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการ อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดการส่งระยะไกล และการขนส่งในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) และกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Paper Packaging) ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อรองรับทิศทางการค้าโลกที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG ในระยะยาว พร้อมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ และเดินหน้าขยายลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและโรงงานต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า TIPAK มีแผนการดำเนินธุรกิจมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนชัดเจนในทุกมิติ ทั้งการปูรากฐานการผลิตจากการมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ มาตรฐานการผลิตในระดับสากล
มุ่งมั่นสร้างความเติบโตผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ที่โดดเด่นและแตกต่าง และขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของฐานรายได้ จึงเชื่อมั่นว่า TIPAK จะเป็นหุ้นคุณค่าที่มีความพร้อมทั้งในด้านศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า ด้วยบทบาทสำคัญของ TIPAK เป็นกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม การเดินหน้ายกระดับโรงงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นทุน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่คาดว่าจะขยายตัว 2.9% ในปี 2570 ผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวสู่ผู้นำการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทยที่เติบโตอย่างมั่นคง







