
เปิดใจ “ชาย เอี่ยมศิริ” หลังถูกปลดพ้น “ดีดีการบินไทย” ลั่นไม่รู้เหตุผล
“ชาย เอี่ยมศิริ” เปิดใจหลังบอร์ดการบินไทยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง CEO มีผลทันที แต่ยังคงเป็นกรรมการบริษัท พร้อมเดินหน้าสอบข้อเท็จจริงปมวิกฤต เจ้าตัวเผยไม่ทราบเหตุผลชัดเจน และรู้มติจากข่าว ด้านสถานการณ์ปฏิบัติการใกล้กลับสู่ภาวะปกติ คาดเคลียร์สัมภาระได้ 98–99% ภายใน 2 วัน
KEY
POINTS
- “ชาย เอี่ยมศิริ” เปิดใจหลังบอร์ดการบินไทยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง CEO มีผลทันที แต่ยังคงเป็นกรรมการบริษัท
- พร้อมเดินหน้าสอบข้อเท็จจริงปมวิกฤต เจ้าตัวเผยไม่ทราบเหตุผลชัดเจน และรู้มติจากข่าว
- ด้านสถานการณ์ปฏิบัติการใกล้กลับสู่ภาวะปกติ คาดเคลียร์สัมภาระได้ 98–99% ภายใน 2 วัน
วิกฤตการบินไทยเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีมติให้ นายชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขณะที่ยังคงดำรงสถานะกรรมการบริษัท และเตรียมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“นายชาย” เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้มีการรายงานสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบริษัท รวมถึงรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา
ก่อนที่กรรมการบริษัทที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร หรือ Non-Executive Directors จะมีการประชุมต่อในช่วงท้าย โดยตนไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากเป็น Executive Director เพียงคนเดียว
จากนั้นได้รับแจ้งมติว่าให้พ้นจากหน้าที่ CEO แต่ยังคงเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัท เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อถามถึงเหตุผลที่บอร์ดมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง นายชาย กล่าวว่า ไม่ได้รับการชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน รวมถึงยังไม่ทราบรายละเอียดว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะเป็นใคร และจะตรวจสอบในประเด็นใดบ้าง
โดยจากที่ตนเข้าใจประเด็นสำคัญน่าจะเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบว่า เหตุใดสถานการณ์จึงปล่อยให้บานปลาย และเหตุใดบริษัทจึงไม่สามารถลดผลกระทบหรือหยุดภาวะ disruption ที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงเหตุใดแผนรับมือวิกฤตของบริษัทจึงไม่สามารถ Activate ได้อย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ นายชายย้ำว่าเป็นเพียงการคาดการณ์จากมุมมองของตนเอง เนื่องจากยังไม่ได้รับรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการ
จากวิกฤตสู่จุดเปลี่ยน
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง CEO เกิดขึ้นในช่วงที่ทุกอย่างใกล้กลับมาปกติ นายชาย ระบุว่า สถานการณ์การดำเนินงานของการบินไทยกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากฝ่ายบริหารและพนักงานเร่งแก้ไขปัญหามาตั้งแต่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ตนมองว่า ในมุมของคณะกรรมการบริษัท อาจแยกความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ออกจากการแก้ไขสถานการณ์ โดยการแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุถือเป็นหน้าที่ของ CEO ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมาได้เร่งดำเนินการจนสถานการณ์กำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันเสียหายไปแล้ว กับชื่อเสียงบริษัท Operation กับลูกค้าก็ว่าไป คือเหตุการณ์มันเกิดขึ้นไปแล้ว ไอ้การแก้ไข ท่านคงมองเป็นอีกมุมหนึ่ง” นายชายกล่าว
อย่างไรก็ดี ในฐานะ CEO การแก้ไขสถานการณ์ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ และขณะนี้คาดว่าในวันถัดไปการบินไทยจะสามารถกลับมาให้บริการเที่ยวบินได้ตามปกติ
เคลียร์กระเป๋า 98–99% ภายใน 2 วัน
สำหรับปัญหาสัมภาระที่ตกค้าง นายชาย กล่าวว่า บริษัทได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการและนำเจ้าหน้าที่หลายสิบคนเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงเพิ่มกำลังของ Call Center จากเดิม 2 คู่สาย เป็น 24 คู่สาย
นอกจากนี้ ยังมีทีมจิตอาสาจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทหาร เข้ามาช่วยจัดการสัมภาระที่ตกค้าง โดยคาดว่าสัมภาระในส่วนที่อยู่ด้านหน้าจะสามารถเคลียร์ได้ภายในวันถัดไป
ส่วนสัมภาระ Transfer ที่ต้องส่งต่อไปยังต่างประเทศยังมีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากต้องรอเที่ยวบินและดำเนินการตามขั้นตอนการส่งต่อ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เหลืออาจต้องใช้เวลาติดตามผู้โดยสารเป็นรายกรณี เนื่องจากบางรายให้ข้อมูลติดต่อของตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารแทนข้อมูลติดต่อส่วนตัว ทำให้บริษัทต้องค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากระบบสำรองที่นั่งเพื่อประสานงานต่อไป
ปัดตอบมาตรการเยียวยา หลังพ้นเก้าอี้ CEO
เมื่อถูกถามถึงมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร นายชาย กล่าวว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดได้แล้ว เนื่องจากไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกต่อไป
ส่วนกรณีจะมีใครเข้ามารักษาการหรือรับผิดชอบแก้ไขปัญหาต่อจากนี้ ต้องสอบถามจากคณะกรรมการบริษัท เนื่องจากตนไม่ทราบรายละเอียด
นายชาย ยืนยันว่า ตลอดช่วงวิกฤตที่ผ่านมาได้เข้ามาปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตั้งแต่วันอาทิตย์ และไม่เคยกล่าวโทษพนักงานหรือลูกน้องคนใดต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยได้รับการติดต่อจากบริษัทเพื่อแจ้งว่าจะให้พ้นจากตำแหน่ง และในวันที่มีการประชุมก็ไม่ได้รับสัญญาณล่วงหน้า ที่สำคัญ ในช่วงท้ายของการประชุมที่ตนไม่ได้เข้าร่วม กลับได้ทราบมติผ่านข่าวก่อนที่จะเดินกลับมาถึงห้องเสียด้วยซ้ำ
“ผมรู้จากข่าว แล้วผมก็รู้ว่าตอนที่เมื่อกี้ผมไม่ได้อยู่ห้องประชุมครั้งสุดท้าย ผมเห็นในข่าวมติ ก่อนที่ผมจะเดินมาถึงห้องด้วยซ้ำ”
เมื่อถามว่าประธานกรรมการเป็นผู้แจ้งมติด้วยตัวเองหรือไม่ ? นายชาย กล่าวว่า ตามกระบวนการแล้วประธานกรรมการเป็นผู้แจ้งมติ แต่ย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตัดสินใจของประธานเพียงคนเดียว หากเป็นมติของคณะกรรมการบริษัท
ไม่รู้ใครสอบสวนและเรื่องอะไร
สำหรับกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายชาย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน และยังไม่ทราบขอบเขตการสอบสวนอย่างละเอียด
โดยประเด็นที่เข้าใจในเบื้องต้นคือ การตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย เหตุใดจึงไม่สามารถลดผลกระทบ และเหตุใดแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตจึงไม่สามารถนำมาใช้งานได้ตามที่ควร
อีกทั้งไม่แสดงความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นธรรมหรือไม่ โดยระบุว่า หากมองในฐานะผู้ที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบอาจมองว่าไม่เป็นธรรม แต่หากมองจากมุมของกรรมการบริษัท การตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลอาจเป็นสิ่งที่คณะกรรมการเห็นว่าจำเป็น
นายชาย กล่าวว่า การจะมีการตรวจสอบผู้บริหารหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานหรือไม่ เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และต้องรอรายละเอียดจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ส่วนกระแสว่าปัจจัยทางการเมืองภายในอาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นายชายปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยระบุเพียงว่าไม่กล้าพูดว่าเป็นปัจจัยหลักหรือไม่
"ผมทำงานในวงการนี้มานานถึง 41 ปี และทำงานในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาอย่างหนักหน่วง ผมขอบคุณพนักงานของการบินไทย และได้ฝากสิ่งต่างๆไว้กับบริษัทเป็นจำนวนมากแล้ว" นายชาย กล่าวทิ้งท้าย







