
“ชัยวัฒน์” ขายหุ้น BCP รับ 33 ล้านบาท ก่อนส่งต่อเก้าอี้ซีอีโอ
จับตาโค้งสุดท้ายยุค “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ซีอีโอใหญ่บางจาก หลังขายหุ้น BCP จำนวน 6 แสนหุ้น มูลค่าราว 33.3 ล้านบาท ก่อนพ้นตำแหน่ง 31 ธ.ค.2569 เปิดทาง “บัณฑิต หรรษาไพบูลย์” ลูกหม้อสายโรงกลั่นและการตลาดคุมทัพ
KEY
POINTS
- จับตาโค้งสุดท้ายยุค “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ซีอีโอใหญ่บางจาก
- หลังขายหุ้น BCP จำนวน 6 แสนหุ้น มูลค่าราว 33.3 ล้านบาท
- ก่อนพ้นตำแหน่ง 31 ธ.ค.2569 เปิดทาง “บัณฑิต หรรษาไพบูลย์” ลูกหม้อสายโรงกลั่นและการตลาดคุมทัพ
ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร หรือ แบบ 59 ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับระบุว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ขายหุ้น BCP ผ่านระบบ Auto Matching บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร
รายการดังกล่าวจำนวน 600,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 55.50 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 33.3 ล้านบาท หลังการทำรายการ นายชัยวัฒน์ ยังคงถือหุ้น BCP จำนวน 2.5 ล้านหุ้น
ตัวเลข 600,000 หุ้นอาจดูเป็นเพียงธุรกรรมซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร แต่เมื่อวางลงบนไทม์ไลน์ของ BCP กลับเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อพอดี
เพราะปี 2569 กำลังจะเป็นปีสุดท้ายของนายชัยวัฒน์ในบทบาทซีอีโอของบางจาก
ตามกำหนด นายชัยวัฒน์ จะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ก่อนที่ BCP จะเข้าสู่ยุคใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570
คนที่จะเข้ามารับไม้ต่อคือ “บัณฑิต หรรษาไพบูลย์” ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด BCP ซึ่งเป็นผู้บริหารที่เติบโตขึ้นมาจากภายในองค์กร และถูกวางตัวให้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่
ภาพที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ซีอีโอขายหุ้น” แต่เป็นภาพของการผลัดใบครั้งสำคัญของบางจาก
จาก “ชัยวัฒน์” สู่ “บัณฑิต”
จากผู้นำที่พา BCP ขยายอาณาจักรธุรกิจพลังงาน ไปสู่ผู้บริหารรุ่นถัดไปที่จะต้องรับไม้ต่อท่ามกลางโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรม ทั้ง ความผันผวนของราคาพลังงาน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การแข่งขันของธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ที่บางจากเดินหน้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และน่าสนใจว่า ก่อนถึงวันส่งมอบเก้าอี้ซีอีโออย่างเป็นทางการ กลับมีรายงานการขายหุ้นของผู้บริหารระดับสูงออกมาในตลาดจำนวน 600,000 หุ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลแบบ 59 ระบุเพียงรายละเอียดของการทำรายการซื้อขายหุ้น ไม่ได้ระบุเหตุผลของการขายหุ้นดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่อาจสรุปได้ว่าธุรกรรมนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง
แต่คือคำถามว่า...หลังวันที่ 1 มกราคม 2570 เมื่อ “บัณฑิต หรรษาไพบูลย์” ขึ้นมารับไม้ต่อ BCP จะเดินหน้าสู่ทิศทางไหน ?
ยุคของ “ชัยวัฒน์” กำลังเข้าสู่บทสุดท้าย ขณะที่ยุคของ “บัณฑิต” กำลังเปิดฉาก
และจากนี้ไป ตลาดคงต้องติดตามต่อไปว่า “คนใหม่” จะรักษาเครื่องยนต์เดิมของบางจาก พร้อมเติมเครื่องยนต์ใหม่ได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวโถมซัดและโลกพลังงานที่กำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน.







