
HMPRO บวก 3.91% ตอบรับกำไร Q2/69 พุ่ง 14 % แตะ 1,594 ล้านบาท
ราคาหุ้น HMPRO บวก 3.91% หลังกำไร Q2/69 พุ่ง 14% แตะ 1,594 ล้านบาท รับอานิสงส์อากาศร้อนดันยอดเครื่องเย็นโตเด่น พร้อมบริหารมาร์จิ้นดีขึ้นจากการรุก Private Brand แม้กำไรครึ่งปีแรกลดเล็กน้อย
KEY
POINTS
- ราคาหุ้น HMPRO ปรับตัวขึ้น 3.13% ตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569
- บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,594.18 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตมาจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO วันนี้ (27 ก.ค.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.91% มาอยู่ที่ 6.65 บาท ระหว่างวันขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 6.65 บาท และลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 6.40 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 287.83 ล้านบาท
โชว์กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 14% แตะ 1,594 ล้านบาท
หลังจาก HMPRO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195.63 ล้านบาท หรือ 13.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมจำนวน 18,054.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.06 ล้านบาท หรือ 3.43% ประกอบไปด้วย
รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Chang HomePro) รวมจำนวน 16,920.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 528.54 ล้านบาท หรือ 3.22% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
โดยการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยหนุนด้านสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลเดียวกันในปีที่ผ่านมา
รายได้ค่าเช่า จำนวน 483.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.20 ล้านบาท หรือ 1.73% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการจัดเก็บรายได้ค่าเช่าพื้นที่เช่าในสาขาของโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว
รายได้อื่น จำนวน 651.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.32 ล้านบาท หรือ 10.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากจากจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งช่องทางสาขาและช่องทางออนไลน์ รวมถึงเงินสนับสนุนจากคู่ค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สำหรับกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการลูกค้า (Chang HomePro) รวมจำนวน 4,692.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 460.60 ล้านบาท หรือ 10.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 25.82% ในปีก่อน เป็น 27.73% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตราการทำกำไรสูง และการผลักดันสินค้ากลุ่ม Private Brand
ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการราคาจำหน่ายและต้นทุนสินค้าได้อย่างเหมาะสม ถึงแม้จะมีต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
ต้นทุนค่าเช่า จำนวน 210.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.57 ล้านบาท หรือ 3.22% โดยมาจากค่าเสื่อมราคาของพื้นที่เช่าที่มี การปรับตัวเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จำนวน 3,486.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 294.91 ล้านบาท หรือ 9.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 20.61% เพิ่มขึ้นจาก 19.47% ในปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ทั้งนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดลง ได้แก่ ค่าซ่อมแซม ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
ขณะที่รายได้ทางการเงิน จำนวน 4.30 ล้านบาท ลดลง 18.41 ล้านบาท หรือ 81.05% จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน จำนวน 163.68 ล้านบาท ลดลง 14.20 ล้านบาท หรือ 7.98% จากการครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และมีการออกหุ้นกู้ทดแทนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ขณะที่ดอกเบี้ยตามสัญญาเช่า (ROU) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 375.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.28 ล้านบาท หรือ 8.45% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากกำไรก่อนหักภาษีที่เพิ่มขึ้น
งบครึ่งแรกปี 69 กำไร 2,998 ล้านบาท ลดลง 3.47%
ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 2,998.15 ล้านบาท ลดลง 107.78 ล้านบาท หรือ 3.47% เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมจำนวน 35,203.91 ล้านบาท ลดลง 907.36 ล้านบาท หรือ 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Chang HomePro) จำนวน 32,961.95 ล้านบาท ลดลง 977.00 ล้านบาท หรือ 2.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยการปรับตัวลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากฐานรายได้ที่สูงในไตรมาส 1 ของปีก่อน ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการ Easy E-Receipt ของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในขณะที่ปีนี้ไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะดังกล่าว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงชะลอตัวซึ่งส่งผล กระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2 ยอดขายของบริษัทเติบโตขึ้นจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลเดียวกันในปีที่ผ่านมา
รายได้ค่าเช่า จำนวน 955.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.99 ล้านบาท หรือ 0.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดเก็บรายได้ค่าเช่าพื้นที่ในสาขาของโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว
รายได้อื่น จำนวน 1,286.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.64 ล้านบาท หรือ 4.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากจากจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งช่องทางสาขาและช่องทางออนไลน์ รวมถึงเงินสนับสนุนจากคู่ค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการลูกค้า (Chang HomePro) รวมจำนวน 8,959.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.69 ล้านบาท หรือ 1.51% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 26.01% ในปีก่อน เป็น 27.18% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตราการทำกำไรสูง และการผลักดันสินค้ากลุ่ม Private Brand ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการราคาจำหน่ายและต้นทุนสินค้าได้อย่างเหมาะสม
ต้นทุนค่าเช่า จำนวน 407.96 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 4.28 ล้านบาท หรือ 1.04% โดยมาจากค่าซ่อมแซมและค่าเสื่อมราคาของพื้นที่เช่าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจที่มีการปรับตัวลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 6,749.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364.88 ล้านบาท หรือ 5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 20.48% เพิ่มขึ้นจาก 18.81% ในปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคา ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่า ซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดลง ได้แก่ ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
รายได้ทางการเงิน จำนวน 8.88 ล้านบาท ลดลง 19.49 ล้านบาท หรือ 68.70% จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน จำนวน 334.35 ล้านบาท ลดลง 20.58 ล้านบาท หรือ 5.80% จากการครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และมีการออกหุ้นกู้ทดแทนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ขณะที่ดอกเบี้ยตามสัญญาเช่า (ROU) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 721.21 ล้านบาท ลดลง 47.80 ล้านบาท หรือ 6.22% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากกำไรก่อนหักภาษีที่ลดลง







