posttoday
SET ย่อตัว ตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน

SET ย่อตัว ตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน

14 กรกฎาคม 2569

InnovestX คาด SET ย่อตัว ราคาน้ำมันขึ้นต่อ และ Bond Yield พุ่ง หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน พร้อมควบคุม-เก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ MTC และ PTTEP

KEY

POINTS

  • InnovestX คาด SET ปรับตัวลดลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
  • สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้น
  • คาดว่าตลาดจะเกิดการหมุนเวียนการลงทุน (sector rotation) ไปยังกลุ่มหุ้นพลังงานต้นน้ำและหุ้นคุณค่า (Value Play) เพื่อรับมือกับสถานการณ์

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งย่อตัว ราคาน้ำมันขึ้นต่อ และ Bond Yield พุ่ง หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน พร้อมควบคุม-เก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ คาดตลาดยัง sector rotation ไปหุ้นพลังงานต้นน้ำ-หุ้น Value Play ประเด็นติดตามในประเทศวันนี้ ประชุม ครม. พิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วน ต่างประเทศคืนนี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. และ ประธาน Fed กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการเงินสภาผู้แทนฯ ทางเทคนิคดัชนีทำจุดสูงใหม่ แต่เริ่มเห็น Bearish Divergence ต้องระวังพักตัว

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงภาษีสหรัฐฯ แต่คาดตลาดจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการคลังเชิงรุก หลังศาลฯ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ช่วยปลดล็อกให้รัฐเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วง ประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มธนาคาร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศแนะนำจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. (14 ก.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะเป็นอีกปัจจัยหนุนต่อ บรรยากาศการลงทุน

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

 

1. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM

 

2. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA

 

3. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

 

Trading Idea: 1) Oil Hedging Play เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ได้แก่ PTTEP โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด 

 

2) หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 2/2569 จะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTEP GULF SCGP IVL MTC SAWAD TIDLOR 

 

3) Yield Play ซึ่งคาดได้อานิสงส์จบรอบดอกเบี้ยขาลง และ Bond Yield ยังทรงตัวสูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) 

 

4) Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้ อานิสงส์จาก Sector Rotation และพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ BDMS MINT CPALL MTC OR

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ MTC คาดจะได้ Sentiment บวกจากนโยบายการเงินที่มีแนวโน้มตึงตัวลดลง หาก CPI สหรัฐฯ ใน มิ.ย. ชะลอลงจากเดือนก่อน กำไรในไตรมาส 2/2569 คาดจะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จาก NIM ดีขึ้นตามฤดูกาล สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง และ “ไทยช่วยไทยพลัส” สนับสนุนคุณภาพสินทรัพย์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.25 บาท

 

PTTEP ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดและราคาต้ำมันดิบที่ได้ปรับขึ้นเหนือระดับ US$80 ต่อบาร์เรล กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เป้าหมายระยะสั้นที่ 145.00 บาท

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. ลุยสอบวินัยร้ายแรงโกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 120 วัน

อธิบดี ปภ. ลุยสอบวินัยร้ายแรงโกงสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 120 วัน