posttoday
ชัดแล้ว! ก.ล.ต. รู้ตัว “สุภาพร” ยันรายงานซื้อหุ้น ข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง

ชัดแล้ว! ก.ล.ต. รู้ตัว “สุภาพร” ยันรายงานซื้อหุ้น ข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง

09 กรกฎาคม 2569

ก.ล.ต. สั่งถอนแบบ 246-2 รายกงานซื้อหุ้น “สุภาพร” ออกจากระบบ หลังตรวจพบเป็นข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง เตรียมเดินหน้าฟ้องผิดมาตรา 302/1 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. ยืนยันว่ารายงานการซื้อหุ้นของ “สุภาพร พิมพงษ์” ใน 6 บริษัทจดทะเบียนเป็นข้อมูลเท็จและไม่มีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง และได้นำข้อมูลเท็จออกจากระบบเผยแพร่ทั้งหมด
  • ก.ล.ต. ได้ติดต่อตัวคุณสุภาพรแล้ว ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ยื่นรายงานดังกล่าว แต่มูลเหตุจูงใจหรือรายละเอียดส่วนบุคคลอื่น ๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เหตุอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย
  • ก.ล.ต. เตรียมดำเนินมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหายื่นข้อมูลเท็จ และกำลังขยายผลตรวจสอบประเด็นบัญชีม้า

กรณีปรากฎชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” เข้าถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE สัดส่วน 7.0992% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ในรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) 

 

จากนั้นเมื่อตรวจสอบย้อนหลัง ยังพบกรณีเดียวกันนี้ในการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของ 5 บริษัท ได้แก่ MAJOR, GJS, BBL, AAV และ KBANK จนทำให้มีการสืบหากันว่า “สุภาพร” คือใคร ที่สามารถทำธุรกรรมมูลค่าสูง

 

ล่าสุด วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งผลการตรวจสอบกรณีความผิดปกติของการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของ “สุภาพร พิมพงษ์” 

 

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ยืนยันว่า ได้นำแบบ 246-2 ของ “สุภาพร พิมพงษ์” ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. จำนวน 7 รายการ 6 หลักทรัพย์ ออกจากระบบเผยแพร่แล้ว เนื่องจากไม่เป็นความจริง พร้อมเตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 

 

เปิดไทม์ไลน์การตรวจสอบ แจ้งเตือนนักลงทุน

 

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์จำนวน 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการบันทึกข้อมูลเข้าระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 โดยเป็นการรายงานย้อนหลังไปถึงปี 2564 ทาง ก.ล.ต. ได้เฝ้าติดตามและดำเนินการเป็นขั้นตอน ดังนี้ 

 

  • 3 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ขึ้นข้อความ “ข้อมูลเบื้องต้น" เพื่อเตือนผู้ลงทุนพบความผิดปกติและ
  • 7 กรกฎาคม 2569 เปลี่ยนสถานะเป็น “อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง” เนื่องจากพบข้อมูลไม่สอดคล้องกัน
  • 8 กรกฎาคม 2569 หลังจากได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. ได้นำข้อมูลที่ปรากฏจากการรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูลทันที

 

ชัดแล้ว! ก.ล.ต. รู้ตัว “สุภาพร” ยันรายงานซื้อหุ้น ข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง

 

“ข้อมูลการได้มาซึ่งหุ้นของ TRUE ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม จากนั้นวันที่ 3 กรกฎาคม ก.ล.ต. ขึ้นเป็น “ข้อมูลเบื้องต้น” ต่อมาในวันที่ 7 กรกฎาคม ได้มีการเปลี่ยนสถานะเป็น “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” หลังจากเริ่มพบข้อพิรุธเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งได้รับคำยืนยันจากบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกัน ก.ล.ต. จึงเชื่อว่าธุรกรรมนั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงและดำเนินการถอนข้อมูลออกจากระบบในวันที่ 8 กรกฎาคม” 

 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลออกจากระบบแล้ว ซึ่งระบบการรายงานแบบ 59 มีกระบวนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในลักษณะเดียวกันกับการรายงานแบบ 246-2

 

นางพรอนงค์ ย้ำว่า ได้รับฟังข้อเสนอแนะที่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการเผยแพร่ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อความรวดเร็วในการรับรู้ข้อมูลของนักลงทุน โดยในระหว่างนี้ขอให้มั่นใจว่า ก.ล.ต. ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มกำลัง 

 

ข้อเท็จจริงที่พบความผิดปกติ 

 

จากการตรวจสอบเชิงลึก ก.ล.ต. พบประเด็นสำคัญที่ยืนยันว่ารายงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง 3 ประการหลัก ได้แก่ 

 

1. ไม่ปรากฏชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้น ในวันปิดสมุดทะเบียนภายหลังการอ้างว่าได้มา และไม่มีการรายงานการจำหน่ายออก

2. ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานไม่มีอยู่จริง ในช่วงระยะเวลาที่ระบุไว้ในแบบรายงาน

3. ธุรกรรมที่อ้างถึงไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น รายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (Warrant) เป็นจำนวนการใช้สิทธิที่ตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพโดยบุคคลอื่น

 

ชัดแล้ว! ก.ล.ต. รู้ตัว “สุภาพร” ยันรายงานซื้อหุ้น ข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง

 

ยืนยันระบบยื่นแบบ 246-2 มีมาตรฐานสากล 

 

ทางด้าน นางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินการประสานงานและติดต่อคุณสุภาพรได้แล้ว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับและอธิบายกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ที่ดำเนินการยื่นรายงานดังกล่าวเข้ามาจริง

 

นอกจากนี้ นางสาวสุชา ยังชี้แจงถึงความปลอดภัยของระบบการรายงาน 246-2 ว่า ก.ล.ต. จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตน โดยผู้ที่ประสงค์จะบันทึกข้อมูลในระบบต้องลงทะเบียนและระบุข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล วันเกิด เลขบัตรประชาชน และชื่อบิดา-มารดาของผู้รายงาน ที่ตรงกับข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง  

 

โดยระบบจะมีการสอบยันกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรดังกล่าว และหากข้อมูลไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธการลงทะเบียน เฉพาะกรณีที่ข้อมูลตรงกันจึงจะมีกระบวนการให้ยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน โดยภายหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วจึงสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อรายงานแบบ 246-2 โดยผู้รายงานจะต้องมีการรับรองความถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และรับทราบว่าข้อมูลที่บันทึกนั้นจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ  

 

“การยื่นแบบ 246-2 ไม่ได้ให้ผู้รายงานแนบหลักฐานการซื้อขายหุ้น เนื่องจาก ก.ล.ต. จะตรวจสอบข้อมูลที่ไหลเข้ามาในระบบโดยใช้ฐานข้อมูลจากบุคคลที่สาม (Third Party) ที่เชื่อถือได้มาตรวจสอบยัน เช่น นายทะเบียนหลักทรัพย์ (TSD) บริษัทจดทะเบียน หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ” 

 

ชัดแล้ว! ก.ล.ต. รู้ตัว “สุภาพร” ยันรายงานซื้อหุ้น ข้อมูลเท็จ-ไม่มีธุรกรรมจริง

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าระบบการรายงาน 246-2 ของไทย ใช้หลักการเดียวกับในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งให้ความสำคัญกับการที่ผู้มีหน้าที่รายงานต้องเป็นผู้รับรองความถูกต้องของข้อมูลตนเอง

 

ส่วนกรณีมีข้อเสนอให้เชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) แบบเรียลไทม์ มีข้อจำกัดด้านเทคนิค เนื่องจาก TSD จะเห็นข้อมูลที่แน่นอนต่อเมื่อมีการปิดสมุดทะเบียนเท่านั้น

 

เดินหน้าดำเนินคดี-ขยายผลตรวจสอบเชื่อมโยงบัญชีม้า 

 

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า กรณีการยื่นเอกสารอันเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก และ ก.ล.ต. จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายจนถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน

 

รวมไปถึงหากพบว่ามีเจตนาในการนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด อาจมีความผิดตามมาตราอื่นเพิ่มเติม รวมถึงอาจมีการประสานงานเพื่อพิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะยืนยันตัวตนได้และติดต่อคุณสุภาพรได้แล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจหรือรายละเอียดส่วนบุคคลอื่น ๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งเป็นข้อมูลลับในชั้นการตรวจสอบ

 

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบประเด็นเรื่อง “บัญชีม้า” แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย 

ข่าวล่าสุด

เทคโนโลยี AI ห้องประชุมอัจฉริยะ พลิกโฉมการทำงานไฮบริด

เทคโนโลยี AI ห้องประชุมอัจฉริยะ พลิกโฉมการทำงานไฮบริด