
DELTA ดัน SET หรือบิดภาพตลาด ? กูรูเตือนราคาร้อนเกินพื้นฐาน ชี้หุ้นไทยยังถูกแม้ยืน 1,600 จุด
เปิดข้อมูลอิทธิพล DELTA ราคาพุ่งกว่า 108% ดันดัชนีหุ้นไทยบวกแรงกว่า 26% ตั้งแต่ต้นปี "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" มองหุ้น DELTA ร้อนแรงเกินพื้นฐาน แต่ตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังไม่แพง อาจมีอัพไซด์กว่า 10% จากการฟื้นตัวของ Valuation และความเชื่อมั่นนักลงทุน
KEY
POINTS
- เปิดข้อมูลอิทธิพล DELTA ราคาพุ่งกว่า 108% ดันดัชนีหุ้นไทยบวกแรงกว่า 26% ตั้งแต่ต้นปี
- "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" มองหุ้น DELTA ร้อนแรงเกินพื้นฐาน
- แต่ตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังไม่แพง อาจมีอัพไซด์กว่า 10% จากการฟื้นตัวของ Valuation และความเชื่อมั่นนักลงทุน
ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ระหว่างวันที่ 5 มกราคม ถึง 15 มิถุนายน 2569) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 332.05 จุด คิดเป็น +26.36% แตะที่ระดับ 1,591.72 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) อยู่ที่ 20,117,661.19 ล้านบาท
โดยมีหุ้นพระเอกหนึ่งเดียว คือ "บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA" ผู้ทรงอิทธิพลหลักต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index ในการเป็นทั้ง "เดอะแบก" ลากขึ้น หรือแม้แต่ "เดอะถ่วง" ฉุดดัชนีดิ่งเหว
ขณะที่ ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นร้อนแรงไม่แพ้กัน นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 188 บาท คิดเป็น +108.67% จากราคา 173 บาทและปิดซื้อขายเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 แตะที่ 361 บาท มาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 4,503,047.63 ล้านบาท
ถ้าไม่มี DELTA...หุ้นไทยจะอยู่ตรงไหน ?
หากไม่นับรวมหุ้น DELTA ในการคำนวณพบว่า ดัชนีหุ้นไทยจะทดสอบที่ระดับ 1,449 จุด และทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นแค่กว่า 10% ไม่ใช่ระดับกว่า 26% นั่นจึงสะท้อนได้ชัดเจนว่า ดัชนีหุ้นไทยที่พุ่งขึ้นแรงมาจากหุ้น DELTA
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มองว่า DELTA เป็นหุ้นขนาดใหญ่อยู่ในดัชนี SET50 และมีอิทธิพลต่อภาพรวมตลาดค่อนข้างมาก
เวลาที่พูดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่บริเวณประมาณ 1,600 จุดนั้น หากลองนำผลกระทบของ DELTA ออกไปจะพบว่าดัชนีที่แท้จริงของตลาดจะอยู่เพียงประมาณ 1,400 กว่าจุดเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นตัวเดียวสามารถสร้างส่วนต่างให้กับดัชนีได้เกือบ 200 จุด
สิ่งที่น่าสนใจคือระดับ 1,400 กว่าจุดดังกล่าวถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐานของตลาด โดยหากดูในแง่ของ Forward P/E หรือค่า P/E ล่วงหน้า ตลาดหุ้นไทยในภาพรวมนั้นซื้อขายกันอยู่เพียงประมาณ 12 เท่า ถ้าสมมติว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น และทำให้ตลาดยอมให้ค่า P/E ขยับขึ้นจาก 12 เท่า ไปอยู่ที่ประมาณ 13-14 เท่าได้ ตลาดหุ้นไทยก็ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกพอสมควร
ในเชิงคำนวณอย่างง่าย หาก P/E ขยายตัวขึ้นในระดับดังกล่าว ตลาดหุ้นไทยก็อาจมี Upside เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% หรือมากกว่านั้นได้ ดังนั้น หากยังไม่รวมผลของ DELTA ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปใกล้ระดับ 1,600 จุด หรือประมาณ 1,500 - 1,600 จุดได้จากปัจจัยพื้นฐานของตลาด
หลังจากนั้นดัชนีจะขึ้นได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า DELTA จะเคลื่อนไหวอย่างไร และจะมีแรงหนุนเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน
"ถ้าดู Forward P/E ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันที่ระดับ 16 เท่า แต่ถ้าตัด DELTA ออกตัวเดียว Forward P/E ตลาดหุ้นไทยจะลดลงเหลือ 12 เท่า ถือว่าไม่แพงหรือสูงจนเกินไป เพราะก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ตลาดหุ้นไทยเทรดกันเฉลี่ยที่ Forward P/E ระดับ 15 เท่า และหลังโควิดเทรดระดับ 14 เท่า"
DELTA ร้อนแรงเกินพื้นฐาน ?
ประเด็นนี้ต้องยอมรับว่าความเห็นของนักวิเคราะห์แต่ละสำนักค่อนข้างแตกต่างกันมาก ถ้าดูจากการคาดการณ์กำไรของ DELTA จะพบว่ามีความหลากหลายสูง บางสำนักประเมินกำไรไว้ค่อนข้างดี
ขณะที่บางสำนักมีมุมมองระมัดระวังมากกว่า สิ่งที่เห็นตรงกันคือ ณ ระดับราคาปัจจุบัน DELTA ซื้อขายอยู่บนค่า P/E ที่สูงมากเมื่อเทียบกับหุ้นทั่วไปในตลาด
สำหรับมุมมองของทีมวิเคราะห์ทิสโก้ มองว่าราคาหุ้น DELTA ในปัจจุบันค่อนข้างสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว และถือว่าอยู่ในระดับที่ Overvalued หรือมีมูลค่าสูงกว่าพื้นฐาน
กล่าวคือนักลงทุนยอมซื้อขายหุ้นตัวนี้ที่ระดับค่า P/E สูงกว่าปกติค่อนข้างมาก และมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นในมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ DELTA เป็นหุ้นที่ซื้อขายอยู่บนความคาดหวังที่สูงมากพอสมควร
"ปัจจุบันหุ้นไทยที่ไม่รวม DELTA มีค่า P/E อนาคตเพียง 12 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หากค่า P/E ของตลาดขยับขึ้นไปอยู่ที่ 13-14 เท่า จะส่งผลให้หุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีกอย่างน้อย 10% ภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนีแบบไม่รวม DELTA มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับเกือบ 1,600 จุดได้ด้วยตัวเอง และหากบวกกับแรงส่งจาก DELTA เข้าไปอีก ก็จะยิ่งทำให้ดัชนีรวมพุ่งสูงขึ้นไปตามแรงเก็งกำไร"
ตลาดทุนไทยยังเหมาะสำหรับการระดมทุน ?
นายไพบูลย์ มองว่ายังถือว่าดี ตลาดทุนไทยยังเปิดกว้างสำหรับการระดมทุน สภาพคล่องในระบบยังมีอยู่ และยังมีเรื่องราวการลงทุนใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้ติดตาม รวมถึงแนวคิดหรือโครงการใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐ เช่น กองทุนรูปแบบต่างๆ ที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการลงทุนและการระดมทุนในอนาคต
ดังนั้นโดยภาพรวมตลาดทุนไทยยังคงเป็นช่องทางที่สำคัญและมีศักยภาพสำหรับทั้งบริษัทที่ต้องการระดมทุนและนักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่ๆ.







