
เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น “ฟินันเซีย” หลัง กมธ.จี้ ก.ล.ต. สาวถึงปี 64 ส่อโยงทุนเทา
เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการ “บล.ฟินันเซีย” และ “ฟินันเซีย เอกซ์” หลัง กมธ. การเงินฯ จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบขยายผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 64 พิรุธเชื่อมโยงฟอกเงิน-ทุนเทา
KEY
POINTS
- เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ FSS และบริษัทแม่ FSX หลัง กมธ. การเงินฯ จี้ ก.ล.ต. ขยายผลการตรวจสอบ FSS ย้อนหลังไปถึงปี 2564
- เหตุสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทาและขบวนการฟอกเงิน นอกเหนือจากความผิดเรื่องระบบ KYC/CDD ที่บกพร่อง
- การตรวจสอบมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นและธุรกรรมที่น่าสงสัยหลายรายการ เช่น การใช้บริษัททุนจดทะเบียนต่ำกู้เงินซื้อหุ้น, การซื้อขายหุ้นในราคาสูงกว่าตลาด และการโอนหุ้นให้บริษัทจัดตั้งใหม่ ซึ่งอาจเป็นการปกปิดเจ้าของที่แท้จริง
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer/Customer Due Diligence: KYC/CDD) ไม่รัดกุม
โดยไม่เพียงพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า บล. ฟินันเซีย รู้จักและสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า และไม่ได้ทำความรู้จักลูกค้าในเชิงลึกเพิ่มเติม (enhanced KYC/CDD) กรณีพบลูกค้าที่อาจทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือต้องสงสัย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ)
ต่อมา คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ. การเงินฯ) เชิญเลขาธิการ ก.ล.ต. เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น รวมทั้งขยายขอบเขตการตรวจสอบ FSS ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงความบกพร่องของระบบงาน KYC/CDD เนื่องจากพบความผิดปกติที่อาจเชื่อมโยงกับกระบวนการฟอกเงิน และกลุ่มทุนสีเทา
กมธ. การเงินฯ มีความเห็นว่า การกล่าวโทษ FSS ของ ก.ล.ต. ยังไม่ครอบคลุมไปถึงทุกรายการที่เกี่ยวโยงกับทุนเทากลุ่มฟอกเงินที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้มีการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ไปแล้ว และเป็นเพียงการตรวจสอบ พบว่า ในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567-21 ธันวาคม 2568 บล. ฟินันเซีย มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แคบเกินไปและยังไม่มีการตั้งประเด็นสอบสวนที่ครบถ้วน ดังนั้น ก.ล.ต. ควรตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2564
ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว “โพสต์ทูเดย์” ตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถือหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินกว่า 10% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด) ของ FSS ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 พบว่า
- บริษัท เอฟเอสที 1 จำกัด ถือหุ้น 296,515,543 หุ้น คิดเป็น 51%
- บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ FSX ถือหุ้น 283,403,918 หุ้น คิดเป็น 48.745%
รายชื่อคณะกรรมการบริษัท FSS
- นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ
- นายวราห์ สุจริตกุล รองประธานกรรมการ
- นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย กรรมการ
- นายช่วงชัย นะวงศ์ กรรมการ
- นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการ
- พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ
- นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
ขณะที่ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ FSX ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 พบว่า
- CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR FINANSA INVESTMENT HOLDING PTE. LTD. ถือหุ้น 500,549,600 หุ้น คิดเป็น 43.94%
- BETEVERSE LIMITED ถือหุ้น 81,882,600 หุ้น คิดเป็น 7.19%
- RAPIDFIRE TECHNOLOGIES LIMITED ถือหุ้น 81,880,000 หุ้น คิดเป็น 7.19%
- น.ส. สุภารัตน์ สง่าเมือง ถือหุ้น 81,553,622 หุ้น คิดเป็น 7.16%
- MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED ถือหุ้น 71,440,151 หุ้น คิดเป็น 6.27%
- ธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 58,140,302 หุ้น คิดเป็น 5.10%
- นายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ ถือหุ้น 41,809,700 หุ้น คิดเป็น 3.67%
- MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC ถือหุ้น 40,191,611 หุ้น คิดเป็น 3.53%
- นางสุพร วัธนเวคิน ถือหุ้น 12,501,527 หุ้น คิดเป็น 1.10%
- บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น 11,457,447 หุ้น คิดเป็น 1.01%
- นายวัชระ แก้วสว่าง ถือหุ้น 11,300,000 หุ้น คิดเป็น 0.99%
- น.ส. ชยุดา เจียรวนนท์ ถือหุ้น 9,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.83%
- นายชวัล เจียรวนนท์ ถือหุ้น 9,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.83%
- UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED ถือหุ้น 6,519,200 หุ้น คิดเป็น 0.57%
รายชื่อคณะกรรมกาและผู้บริหาร FSX
- นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ
- นายวราห์ สุจริตกุล รองประธานกรรมการ
- นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย กรรมการ
- นายช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการผู้อำนวยการ, กรรมการ
- นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ, กรรมการ
- พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
- นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
- นายอัครรัตน์ ณ ระนอง กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
สำหรับประเด็นที่ กมธ. การเงินฯ ให้ ก.ล.ต. ขยายผลการตรวจสอบ บล.ฟินันเซีย ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564 ประกอบด้วย
1. รายการที่ บริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd. ซื้อหุ้น FSS มูลค่า 693 ล้านบาท ในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 โดย Capital Asia Investments (CAI) ปล่อยกู้ให้ซื้อทั้งจำนวน
2. การเปิดเผยข้อมูลใน 247-4 ตามเอกสารวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ซึ่ง นายวรภัค ธันยาวงษ์ (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) รับรองข้อมูลถูกต้องว่า บริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd มีทุนจดทะเบียน 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (330 บาท) โดย นายวรภัค ธันยาวงษ์ ถือหุ้น 60% และ นายช่วงชัย นะวงศ์ ถือหุ้น 40% และใช้การกู้เงิน 5 ปีจาก Capital Asia Investment เต็มจำนวน 693 ล้านบาท เป็นการปกปิดการเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริงหรือไม่
โดยตามรายงานประจำปี FSS ปี 2564 นายวรภัค ธันยาวงษ์ ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารและกำกับความเสี่ยง และนายช่วงชัย นะวงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ FSS การที่กรรมการ ซึ่งมีอำนาจและเป็นผู้บริหารสูงสุด ร่วมมือกับ Capital Asia Investment นั้น ถือว่า FSS ดำเนินการสนับสนุนการปกปิดความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ของ CAI หรือไม่
3. การจองซื้อหุ้น บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ FSX (บริษัทแม่ของ FSS) ตามสิทธิ (RO) ที่ราคา 4.50 บาท จองซื้อวันที่ 24-28 มิถุนายน 2567 ซึ่งราคาตลาดอยู่เพียงประมาณ 2.70 บาท โดยมีกลุ่มสแกมเมอร์เข้ามาถือหุ้น ได้แก่ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาของนายเบน สมิธ) ถือหุ้น 9.9995% และ B.I.C. (Cambodia) Bank ถือหุ้น 9.9991% พร้อม ๆ กับนางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง (อดีตภรรยานายเบน สมิธ) นั้น เป็นการจัดการของผู้บริหารหรือไม่ เป็นการปกปิดการกระทำที่เข้าข่าย Acting in Concert หรือไม่
โดยขณะที่ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นเข้ามาลงทุน RO สูงกว่าตลาดมากนั้น FSS มีนายวรภัค ธันยาวงษ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหารและกำกับความเสี่ยง และนายช่วงชัย นะวงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหลังจาก นายวรภัค ธันยาวงษ์ ลาออกในเดือนกันยายน 2567 นายช่วงชัย นะวงศ์ ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเช่นเดิม เป็นการสมรู้ร่วมคิดในการจัดการการฟอกเงินหรือไม่
4. หลัง นายวรภัค ธันยาวงษ์ ขายหุ้นให้ นายช่วงชัย นะวงศ์ ตามรายงานประจำปี 2567 ยังเปิดเผยว่า นายช่วงชัย นะวงศ์ ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเช่นเดิม และเพิ่มเติมในหัวข้อผู้ถือหุ้นว่าผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDING (Pilgrim) คือ นายช่วงชัย นะวงศ์ ซึ่งเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd. ทั้งที่ลงทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นเงินลงทุนของ Capital Asia Investment เต็มจำนวนลงทุนตั้งต้น 693 ล้านบาท
การกระทำของผู้บริหารสูงสุดดังกล่าว ถือว่า FSS ร่วมมือในการปกปิดเจ้าของทรัพย์คือ Capital Asia Investment ซึ่งมีลักษณะเป็นเจ้าของที่แท้จริงในกระบวนการฟอกเงินหรือไม่
5. ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นวันปิดจดทะเบียนผู้ถือหุ้น FSX พอดี มีการโอนหุ้น แบบ Direct Sale/Purchase โดย B.I.C. (Cambodia) Bank ขายหุ้นทั้ง 9.9991% ให้บริษัท Rapidfire Technology ในราคา 4.22 บาท สูงกว่าตลาดที่ 1.55 บาท ถึง 170% นั้น ตามรายงาน 246-2 อ้างว่าเป็นการทำรายการที่ FSS ซึ่ง Rapidfire Technology เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งในวันที่ 10 มีนาคม 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 41,700 บาท) เพียง 11 วันก่อนซื้อหุ้น FSX จาก B.I.C. (Cambodia) Bank Plc. แต่ซื้อหุ้น FSX ทั้งจำนวน 81,880,000 หุ้น ในราคา 4.22 บาท เป็นเงิน 345.5 ล้านบาท
รายการซื้อขายโดยตรงนี้ FSS มีหลักฐานการโอนหุ้นและชำระเงินอย่างไร หรือเป็นเพียงการย้ายชื่อจาก B.I.C. (Cambodia) Bank เป็นนอมินี คือ Rapidfire Technology พฤติกรรมสนับสนุนโดย FSX เช่นนี้ ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดหรือไม่
6. ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 มีการซื้อหุ้นแบบ Big Lot โดย นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ขายหุ้นทั้ง 9.9995% ให้ Beteverse ในราคาตามราคาตลาดช่วงนั้น ตามรายงาน 246-2 อ้างว่าเป็นการทำรายการที่ CGS International Securities Singapore (CGS-SG) นั้น CGS-SG มีหลักฐานการโอนหุ้นและชำระเงินอย่างไร หาก CGS-SG อ้างว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของ ก.ล.ต. รายการซื้อขายหุ้นของ CGS-SG ผ่าน CGS-TH เป็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่
การทำรายการเข้าข่ายบกพร่องเรื่อง KYC/CDD และมีรายการที่เข้าข่ายปกปิดเจ้าของแท้จริง คือ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ เช่นนี้ CGS-TH เข้าข่ายดำเนินการโดยให้กิจการในเครือคือ CGS-SG กระทำการแทนหรือไม่ หรือ ก.ล.ต. ควรใช้อำนาจ ผ่าน CGS-TH ให้ CGS-SG ร่วมมือกับ ก.ล.ต.มิเช่นนั้น จะเข้าข่ายการกระทำการร่วมกันของกลุ่ม CGS โดยใช้ตัวการตัวแทนในกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. หรือไม่







