
ส่อง 3 ธีมหุ้นเด่น รับ 3 กระแส ฟันด์โฟลว์สลับเข้าตลาดหุ้นไทย
เปิดโผ 3 ธีมหุ้นเด่น รับ 3 กระแส “สงครามผ่อนคลาย-หุ้นเทคฯ ไม่ติด Cash Balance-ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นหลาม” ฟันด์โฟลว์สลับเข้าตลาดหุ้นไทยแทน หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง เกาหลีใต้หยุดทำการ
KEY
POINTS
- เปิด 3 ธีมหุ้นเด่น รับประโยชน์จากสถานการณ์สงครามที่ผ่อนคลายและราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน การบริโภค และการท่องเที่ยว
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของไทยที่ไม่ถูกกำกับด้วยมาตรการ Cash Balance ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเหนือความคาดหมายของตลาด
- หุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินเชื่อที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพื่อหนุนการบริโภคในประเทศ
วันนี้ (25 พ.ค.2569) ตลาดหุ้นหลัก ๆ ทั่วโลก ปิดทำการพร้อมกัน ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ (วัน Memorial Day), ตลาดหุ้นฮ่องกง และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (วันวิสาขบูชา) กระแสเงินทุน (Fund Flow) สลับไหลเข้ามายังตลาดหุ้นไทย รับ 3 กระแส ได้แก่
สงครามผ่อนคลาย บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-On) ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ร่วงลงแรงจนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ปัจจัยหลักมาจากสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านใกล้จะสำเร็จ และอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สอดคล้องกับรายงานจากฝั่งอิหร่านที่เปิดเผยว่ามีเรือได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบแล้วถึง 33 ลำ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องปัญหาอุปทานขาดแคลน (Supply Shortage) และผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นเทคฯ คึกคักไม่ติด Cash Balance อย่างที่ตลาดคาด รวมไปถึงลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสล้นหลาม วันนี้ (25 พ.ค.2569) เป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งรัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า 1.75 - 1.76 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรการในปี 2568) เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ
1.โครงการคนละครึ่งพลัส: แจกเงิน 4,000 บาท/คน ครอบคลุมประชาชน 30 ล้านคน โดย ณ เวลา 14.00 น. มียอดลงทะเบียนรวมแล้วกว่า 23.2 ล้านคน
2.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท/คน (จากเดิมเพิ่ม 700 บาท) สำหรับผู้มีสิทธิ 13.18 ล้านคน ระยะเวลาโครงการนาน 4 เดือน (1 มิ.ย. - 30 ก.ย.2569) ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันให้ GDP ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 0.5-0.7%
บล.เอเซีย พลัส แนะนำ 3 ธีมเด่น ทยอยสะสมรับเม็ดเงินไหลเข้า ประกอบด้วย
1.หุ้นรับ Sentiment สงครามผ่อนคลาย แนะนำ GULF, BGRIM, CBG, DOHOME, SCGP, SJWD, BA, MINT, CENTEL, ERW, BDMS และ BH
2.หุ้นเทคฯ ไทย (รอดพ้น Cash Balance) แนะนำ HANA และ CCET
3.หุ้นรับกระแสมาตรการไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มนี้ราคาปรับฐานลงมาลึกจน Valuation (P/E) ถูกกว่าตลาด โดยได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการบริโภคที่ฟื้นตัว แนะนำ CPAXT, BJC, SAWAD และ MTC







