
สแกน 9 หุ้นส่งออกไทยฟื้นตัว รับศาลการค้าสหรัฐฯ เบรกทรัมป์ขึ้นภาษี 10%
ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัย 2 ต่อ 1 ตัดสินมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ผิดกฎหมาย หนุน 9 หุ้นส่งออกไทยฟื้นตัว
KEY
POINTS
- ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำพิพากษาว่านโยบายขึ้นภาษีนำเข้า 10% ของโดนัลด์ ทรัมป์ "ผิดกฎหมาย" เนื่องจากขาดหลักฐานว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญวิกฤตการเงิน
- คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมส่งออกของไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง เนื่องจากความกังวลเรื่องกำแพงภาษีลดลง
- ชี้เป้า 9 หุ้นส่งออกที่คาดว่าจะฟื้นตัวเด่น ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, KCE) กลุ่มยางพารา (STA, STGT) และกลุ่มอาหาร (TU, ITC, AA)
ความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปรับขึ้นภาษีนำเข้าแบบเหมาเข่ง (Blanket Tariff) ในอัตรา 10% กำลังเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายครั้งสำคัญ เมื่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Court of International Trade) มีคำพิพากษาว่ามาตรการดังกล่าว “ผิดกฎหมาย”
ภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของทรัมป์ “ผิดกฎหมาย”
หัวใจสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การตีความกฎหมายการค้าปี 1974 มาตรา 122 (Section 122 of the Trade Act 1974) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการสั่งขึ้นภาษีได้ไม่เกิน 15% โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ศาลมีมติเสียงข้างมาก (2 ต่อ 1) ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่สามารถใช้มาตรานี้ได้ตามอำเภอใจ เนื่องจาก
- ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์: รัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ “ภาวะขาดดุลการชำระเงินที่รุนแรงและกว้างขวาง” ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
- นิยามที่แตกต่าง: ศาลมองว่า “การขาดดุลการค้า” เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าประเทศกำลังเผชิญกับ “วิกฤตทางการเงิน”
- เจตนารมณ์ของกฎหมาย: มาตรา 122 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในกรณี “วิกฤตการเงินระหว่างประเทศแบบฉุกเฉิน” เท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือทั่วไปในการแก้ปัญหาดุลการค้าปกติ
แม้ในขณะนี้ คำสั่งระงับการเก็บภาษีจะมีผลบังคับใช้จำกัดเพียงแค่ใน รัฐวอชิงตันและบริษัทเอกชน 2 แห่ง เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม คำพิพากษานี้ถือเป็น บรรทัดฐานสำคัญ (Precedent) ที่ชี้ให้เห็นว่า นโยบายภาษีของทรัมป์มีโอกาสสูงมากที่จะถูกสั่งระงับในวงกว้างมากขึ้น
โอกาสของ “หุ้นส่งออกไทย” ฟื้นตัวเด่น
ในมุมมองด้านการลงทุน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า สถานการณ์นี้เป็นเพียง “ความตกใจชั่วคราว” (Temporary Shock) ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในระยะสั้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงยาวนานเหมือนสงครามการค้ากับจีนภายใต้มาตรา 301 ในอดีต
เมื่อความกังวลเรื่องกำแพงภาษี 10% เริ่มคลี่คลายลง จึงกลายเป็นปัจจัยเชิงบวก (Sentiment) ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมส่งออกของไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่สูง
กลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นเด่นที่น่าจับตา
- กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: DELTA, KCE, HANA, CCET
- กลุ่มยางพารา: STA, STGT
- กลุ่มอาหารและส่งออกอื่นๆ: TU, ITC, AA







